Skip to main content

 

งานวิจัยชิ้นใหม่โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมของแสงในน้ำทะเล พบว่า ไมโครพลาสติกจำนวนมหาศาลที่สะสมอยู่ในมหาสมุทร อาจทำให้สีของมหาสมุทรเปลี่ยนไปจากเดิม

งานวิจัยใหม่ ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment นำโดย เชีย เชแธม, แดเนียล โคสต์เนอร์ และ บอร์เก ฮัมเร จากมหาวิทยาลัยเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ พบว่า ไมโครพลาสติกปริมาณมหาศาลที่เกิดจากแพขยะพลาสติกกลางมหาสมุทร อาจมีมากจนเปลี่ยนสีของมหาสมุทรในบริเวณที่มันลอยอยู่ได้

นักวิจัย พบว่า แพขยะพลาสติกขนาดยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมขยะพลาสติกขนาดมหึมากลางมหาสมุทรนั้น มีขนาดใหญ่กินอาณาบริเวณเกือบ 2 เท่าของรัฐเท็กซัสในสหรัฐ หรือเกือบ 1.4 ล้านตารางกิโลเมตร

ขยะพลาสติกเหล่านี้ถูกพัดพามารวมตัวกันด้วยกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ที่เรียกว่า Gyre ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแหล่งรวมเศษขยะพลาสติก งานสำรวจในปี 2018 ประเมินว่า บริเวณนี้มีเศษพลาสติกราว 1.8 ล้านล้านชิ้น น้ำหนักรวมประมาณ 79,000 ตัน

ขยะส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์การประมงที่ถูกทิ้ง เช่น อวนและเครื่องมือจับปลา ซึ่งจำนวนมากมีต้นทางจากอุตสาหกรรมประมงในญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

นักวิจัยระบุว่า ในปริมาณขยะพลาสติกขนาดเล็ก พบไมโครพลาสติกมีสัดส่วนมากที่สุดถึงร้อยละ 94 ของเศษขยะทั้งหมดที่ลอยอยู่ในบริเวณนี้

เชีย เชแธม หัวหน้าทีมวิจัยบอกว่า เธอรู้สึกตกใจและกังวล เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงสีของมหาสมุทรบนแผนที่ดาวเทียม ซึ่งครอบคลุมบริเวณแพขยะใหญ่ในแปซิฟิก จากนั้นทีมจึงทำการตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียมอีก 2 ชุด เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นไปได้จริง

จากข้อมูลดาวเทียมระหว่างปี 2002–2022 นักวิจัยพบว่า มหาสมุทรบริเวณใกล้แพขยะใหญ่แปซิฟิกมีความสว่างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยสีของน้ำทะเลค่อยๆ เปลี่ยนไปทางสีฟ้าอมเขียว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะทางของแสงตามที่แบบจำลองของทีมวิจัยคาดการณ์ว่า อาจเกิดจากไมโครพลาสติก

เชียอธิบายว่า แพลงก์ตอนดูดกลืนแสงสีน้ำเงินและสีแดง ทำให้มหาสมุทรมีสีเขียวมากขึ้น ส่วนสารอินทรีย์ละลายน้ำจะดูดกลืนแสงสีน้ำเงินมากกว่า ทำให้น้ำมีสีเข้มหรือออกน้ำตาล แต่ไมโครพลาสติกมีพฤติกรรมแตกต่างออกไป

เธอบอกว่า สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับลักษณะทางแสงของไมโครพลาสติก คือ โดยทั่วไปแล้วมันแทบไม่ดูดกลืนแสงในช่วงคลื่นที่ตามนุษย์มองเห็น แต่กลับกระเจิงแสงได้ดี

“ผลที่เกิดขึ้นคือทำให้มหาสมุทรสว่างขึ้น โดยความสว่างที่เพิ่มขึ้นนี้จะเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในช่วงความยาวคลื่นสีน้ำเงินและสีเขียวพร้อมกัน” เชียกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่า ไมโครพลาสติกเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนสีมหาสมุทร นักวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางธรรมชาติบางอย่างที่เกิดขึ้นร่วมกัน ก็อาจสร้างลักษณะทางแสงคล้ายกันได้ แม้สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักก็ตาม

ถึงกระนั้น ความสอดคล้องระหว่างลักษณะทางแสงที่แบบจำลองคาดการณ์ ข้อมูลจากดาวเทียม และตำแหน่งที่พบการเปลี่ยนแปลงบริเวณแพขยะใหญ่แปซิฟิก ทำให้ไมโครพลาสติกเป็นหนึ่งในคำอธิบายที่มีความเป็นไปได้สูง แต่นักวิทยาศาสตร์ยังจำเป็นต้องมีหลักฐานยืนยัน ซึ่งหมายถึงการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลจากบริเวณแพขยะใหญ่แปซิฟิกมาตรวจสอบโดยตรง

หากผลการตรวจสอบยืนยันข้อสงสัยของนักวิจัย ก็จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มลพิษจากพลาสติกกำลังเปลี่ยนแปลงโลกในวงกว้างเพียงใด

ยิ่งไปกว่านั้น ไมโครพลาสติกอาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการกำจัดออกจากน้ำทะเล และยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพสำหรับพลาสติกขนาดเล็กจิ๋วเหล่านี้

“การกำจัดไมโครพลาสติกออกจากมวลน้ำ โดยเฉพาะพลาสติกขนาดเล็กที่สุดที่เราศึกษา แทบเป็นไปไม่ได้เลย และพลาสติกเหล่านี้มีโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารในทะเล ก่อนจะเดินทางมาถึงจานอาหารของเราได้มากที่สุด วิธีเดียวที่จะลดมลพิษจากไมโครพลาสติกได้ คือ การป้องกันไม่ให้มันหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำตั้งแต่แรก” เชียกล่าว


ที่มา
The Great Pacific Garbage Patch May Be Changing The Color of The Ocean
 

 

↑