Skip to main content

 

ทางการญี่ปุ่นส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาท้องถิ่น และทำงานร่วมกับคนในชุมชนโดยตรงในที่พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ประมง และชุมชนบนภูเขา เพื่อแก้ไขปัญหาการล่มสลายของชุมชนจากปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมาก และการเป็นสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด

พื้นที่ชนบทของญี่ปุ่น กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนประชากรรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนผู้อยู่อาศัยที่ลดลงและการเป็นสังคมสูงวัย ส่งผลให้การเกษตรกรรมในหลายพื้นที่ดำเนินต่อไปได้ยาก หรือกระทั่งการรักษาชุมชนให้คงอยู่ก็เป็นเรื่องยาก

ผลสำรวจปี 2026 โดย กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น พบว่า จำนวนแรงงานที่มีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร ลดลงต่ำกว่า 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก โดยลดลง 4.8% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 986,600 คน

ปัญหาประชากรที่เบาบางในชนบท ยังส่งผลมายังธนาคาร ผู้ประกอบการขนส่ง บริษัทนำเที่ยว และธุรกิจอื่นๆ ที่ให้บริการในท้องถิ่น จำนวนประชากรที่ลดลงและเศรษฐกิจในภูมิภาคที่หดตัวลงเป็นภัยคุกคามที่ทำให้บริษัทบางแห่งเริ่มเข้ามามีบทบาทนำในการฟื้นฟูชนบท

East Japan Railway เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่เข้าทำบทบาทนี้ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานรับงานเกษตรกรรมเป็นอาชีพเสริม และส่งพนักงานไปช่วยทำงานในฟาร์มช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการแรงงานสูง ขณะที่ JTB บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่นส่งพนักงานไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อจัดโครงการเปิดประสบการณ์ด้านอาชีพให้เด็กในท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ลงมือทำจริง ทั้งด้านเกษตรกรรมและประมง

ในการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น กำลังเร่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ในปีงบประมาณ 2026 ได้เริ่มโครงการออก Impact Certificate เพื่อประเมินกิจกรรมของบริษัทต่างๆ ที่ส่งผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ชนบท โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาเป็นผู้ตรวจสอบและรับรอง

กระทรวงเกษตรฯ ของญี่ปุ่นระบุว่า บริษัทสามารถนำใบรับรองไปใช้ชี้แจงต่อผู้ถือหุ้นและธนาคารเจ้าหนี้ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าของบริษัทและสร้างโอกาสในการระดมทุนได้มากขึ้น

ส่วนบริษัทที่ไม่มีรากฐานหรือความสัมพันธ์ในท้องถิ่น กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น มองสถาบันการเงินในภูมิภาค เช่น ธนาคารท้องถิ่น หรือธนาคารชินคิน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินสหกรณ์ระดับชุมชน ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงบริษัทต่างๆ เข้ากับชุมชนชนบท เนื่องจากสถาบันการเงินเหล่านี้มีความเข้าใจสภาพพื้นที่เป็นอย่างดี และมีความสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่นผ่านบริการทางการเงินที่หลากหลาย ตั้งแต่การรับฝากเงิน การปล่อยสินเชื่อ ไปจนถึงการประกันภัย

สำหรับสถาบันการเงินเอง การเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูชนบทก็เป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า และสร้างรายได้จากบริการต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับธุรกิจของตนเองด้วย

ทางการญี่ปุ่นคาดว่า ความพยายามเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับแรงงานภาคเกษตร และเพิ่มจำนวนผู้คนที่ยังคงมีความผูกพันกับท้องถิ่นในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทที่เข้าร่วมโครงการก็ได้รับประโยชน์ จากการแสดงให้เห็นถึงบทบาทในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม และเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ


ที่มา
Private sector steps in to revitalize Japan’s rural communities
 

 

↑