ซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมากในยุโรป ถูกแฮกเกอร์โจมตีระบบทำความเย็น โดยการเพิ่มอุณหภูมิตู้เย็นและตู้แช่แข็ง ส่งผลให้อาหารสดจำนวนมากถูกทิ้งเพราะเน่าเสีย
ที่เบลเยียม มีรายงานว่า ช่วงคืนวันอาทิตย์ที่ 1 ถีงเช้าวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีซูเปอร์มาร์เก็ต 75 แห่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยอุณหภูมิภายในตู้แช่ถูกปรับสูงขึ้นไปถึง 17 องศาเซลเซียส ทำให้ทิ้งอาหารสดจำนวนมากคิดเป็นมูลค่าราว 100,000 ยูโร ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในสวีเดน อุณหภูมิภายในตู้เย็นและตู้แช่แข็งถูกปรับสูงขึ้นไปถึง 50 องศาเซลเซียส
เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในเอสโตเนีย ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และฟินแลนด์ด้วย
ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของเบลเยียม เผยว่า ได้รับทราบเหตุการณ์โจมตีระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการกระทำนี้ ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐบาลกลางเบลเยียมระบุว่า เผยว่า ได้เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว
มิค เฟอร์เคอเวน โฆษกคาร์ฟูร์ เบลเยียม ระบุว่า นี่คือการโจมตีทางไซเบอร์ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจำกัดมาก มีสาขาของร้านที่ได้รับผลกระทบ 15 แห่ง จากทั้งหมด 700 แห่ง ในเบลเยียม และไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แม้แต่แห่งเดียวที่ได้รับผลกระทบ
ทางด้านโฆษกของของเดลไฮซ์ ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของเบลเยียม ระบุว่า สาขาทุกแห่งยังคงเปิดให้บริการได้ เนื่องจากการโจมตีส่งผลกระทบต่อตู้แช่เพียงไม่กี่เครื่อง ซึ่งดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วเพื่อให้ร้านค้าทุกแห่งสามารถเปิดให้บริการต่อได้
เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งของเครือ Intermarché และ Coopérative U ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์
สเตฟาน มูเลินส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sabcobelบริษัทติดตั้งระบบทำความเย็น ตู้เย็นและตู้แช่แข็งระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นในเบลเยียมใช้กลไกแบบเดียวกันทุกประการกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส โดยการเข้ามาเปลี่ยนโหมดของเครื่องระเหยความเย็นให้ไปอยู่ในโหมดละลายน้ำแข็ง
ด้าน Danfoss ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์สำหรับระบบทำความเย็นที่ได้รับผลกระทบทั้งจากเหตุการณ์โจมตีล่าสุด รวมถึงที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคม ระบุว่า การถูกโจมตีดังกล่าวเกิดจากการที่ลูกค้าที่ไม่ได้อัพเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ รวมถึงการที่อุปกรณ์บางส่วนมีอายุการใช้งานมานานแล้ว ทำให้ไม่สามารถอัพเดตซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยได้อีก ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบจากอุปกรณ์ภายนอก โดยไม่จำเป็นต้องใช้มัลแวร์ที่ซับซ้อน
มีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่พบว่า มีระบบควบคุมอุปกรณ์ทำความเย็นเกือบ 13,000 ระบบใน 99 ประเทศ ที่เปิดให้เข้าถึงได้โดยตรงผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งระบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น แต่ยังรวมไปโรงพยาบาล โรงงานแปรรูปอาหาร โรงบ่มไวน์ ร้านจำหน่ายผลไม้ และฟาร์มจำนวนมากที่ยังใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าที่ไม่ได้มีการอัพเดต ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ
ที่มา
Supermarket hacks across Europe: why are fridges connected to the internet?
Cyberattacks hit supermarket fridges and freezers in Europe, Belgium launches investigation