The Opener X KTC
คนวัยทำงานอายุ 30-49 ปี ที่มักต้องรับหลายบทบาทพร้อมกัน ตั้งแต่ส่งลูกไปโรงเรียน เข้างาน ประชุม แก้ปัญหา ดูแลทีมงาน ไปจนถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและเป็นที่พึ่งของครอบครัว จนแทบไม่ได้หยุดถามตัวเองว่า วันนี้ยังไหวอยู่หรือไม่
ข้อมูลจากการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ Mental Health Check In ของกรมสุขภาพจิต เผยแพร่ในปี 2569 พบว่า คนไทยวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพใจเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของคนวัยทำงานในปัจจุบัน
ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานเสวนา KTC FIT Talk ว่า สุขภาพกายและสุขภาพใจเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อใจไม่อยากไปทำงาน ร่างกายอาจแสดงออกผ่านอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรืออ่อนล้าได้ ขณะเดียวกันเมื่อร่างกายเจ็บป่วยก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวัน
ดร.นพ.วรตม์ กล่าวว่า ความเหนื่อย อาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือนอนไม่หลับ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังเผชิญภาวะหมดไฟเสมอไป สิ่งสำคัญคือ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากภาวะปกติของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน
ดร.นพ.วรตม์ แนะนำถึง 5 สัญญาณที่บอกว่า เราอาจกำลังใช้พลังเกินกว่าที่คิด
- พักแล้วแต่ยังไม่รู้สึกสดชื่น
- หลังเลิกงานไม่เหลือแรงทำสิ่งที่เคยทำแล้วมีความสุข
- ต้องใช้พลังมากขึ้นเพื่อเริ่มงานหรือพบปะผู้คน
- มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง ลำไส้แปรปรวน หรือนอนไม่หลับบ่อยในช่วงวันทำงาน
- สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย หรือความเหนื่อยเริ่มกระทบความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
ดร.นพ.วรตม์ ระบุว่า สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อรับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม
“สำหรับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งหน้าที่การงานและคนรอบข้าง การใส่ใจสุขภาพใจไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้มีเวลาเหลือ แต่เป็นส่วนสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ในวันที่หลายคนเป็นทั้งลูก พ่อแม่ หัวหน้าทีม คู่ชีวิต หรือผู้ดูแลใครสักคน การเหลือพลังไว้ดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เรามีพลังดูแลคนที่รักและสิ่งสำคัญในชีวิตต่อไปได้อย่างยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ทุกคนพึ่งพา ก็ควรมีโอกาสได้พักและฟื้นตัวเช่นเดียวกัน” ดร.นพ.วรตม์ กล่าว