งานวิจัยล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น พบว่า การเลี้ยงสุนัขสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุลงได้ถึงเกือบครึ่งหนึ่ง รวมถึงช่วยลดภาระทางด้านสาธารณสุขได้ในระยะยาว
งานวิจัยของทีมวิจัยจาก สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติญี่ปุ่น ร่วมกับ สถาบันผู้สูงวัยแห่งมหานครโตเกียว ติดตามผู้สูงอายุในกรุงโตเกียวอายุระหว่าง 65–84 ปี ราว 11,200 คน เป็นระยะเวลา 7 ปีครึ่ง พบว่า การเลี้ยงสุนัขอาจช่วยลดความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลระยะยาวได้
นักวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุซึ่งเลี้ยงสุนัขมีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมจนต้องได้รับการดูแลระยะยาวต่ำกว่าผู้ที่ไม่เคยเลี้ยงสุนัขถึงร้อยละ 48 ขณะที่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้สูงอายุที่เลี้ยงแมวกับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เลี้ยงแมว
งานวิจัยนี้มีสัดส่วนของผู้สูงอายุที่เลี้ยงสุนัขคิดเป็นร้อยละ 8.6 ทีมวิจัยคำนวณว่า หากเพิ่มสัดส่วนผู้สูงอายุที่เลี้ยงสุนัขเป็นร้อยละ 13.4 ค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลระยะยาวอาจลดลงได้ถึงประมาณ 592,000 ล้านเยน ภายใน 4 ปี หรือเฉลี่ยเกือบ 150,000 ล้านเยนต่อปี หรือตกราวปีละ 3.2 หมื่นล้านบาท
นักวิจัยระบุว่า การพาสุนัขออกไปเดินเล่นช่วยให้เจ้าของได้เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้พบปะผู้คน ซึ่งทั้งสองปัจจัยอาจช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้
อย่างไรก็ดี ยังมีข้อกังวลประการหนึ่ง ในกรณีหากเจ้าของซึ่งเป็นผู้สูงอายุเกิดเจ็บป่วย หรือต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ใครจะเป็นผู้ดูแลสุนัขในช่วงเวลานั้น
ยู ทานิกุจิ หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติญี่ปุ่น เสนอว่า ควรขยายการสนับสนุนจากภาครัฐให้มากขึ้นหรือ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีสุนัขเป็นเพื่อนอยู่ร่วมกันได้มากขึ้น รวมทั้งเพื่อให้สุนัขสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยไปจนสิ้นอายุขัย
“เราควรสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถเลี้ยงสัตว์ต่อไปได้ แทนที่จะห้ามปรามไม่ให้พวกเขาเลี้ยงสัตว์ แม้เราจะต้องใช้งบประมาณภาษีของประชาชนเพื่อสร้างระบบสนับสนุนดังกล่าว แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป” ยูกล่าว
ที่มา
Study: More dogs could save Japan billions in elder care costs