เจ้าของแมวจำนวนไม่น้อยคิดว่า การที่แมวของพวกเขาจับสัตว์เล็กๆ อย่างเช่น ลูกหนู หรือนก มาวางไว้ให้บนพื้นห้อง อาจเป็นวิธีแสดงออกซึ่งความรักของแมว ที่ตั้งใจออกล่าเพื่อนำเหยื่อมาเป็นของขวัญให้กับเจ้าของ แต่จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่า อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น และคำตอบนี้อาจไม่ถูกใจคนเลี้ยงแมวสักเท่าใดนัก
มีงานวิจัยในปี 2013 ตีพิมพ์ในวารสาร Biological Conservation ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียในสหรัฐ ติดตั้งกล้องวิดีโอขนาดเล็กที่เรียกว่า KittyCams ให้กับแมวเลี้ยงจำนวน 55 ตัว ซึ่งสามารถออกไปเดินเตร่นอกบ้านได้อย่างอิสระในย่านชานเมืองเอเธนส์ของรัฐจอร์เจีย โดยแมวแต่ละตัวจะสวมกล้องครั้งละ 7–10 วัน เพื่อบันทึกทุกสิ่งที่พวกมันทำขณะอยู่นอกบ้าน
หลังการศึกษาดำเนินไปเป็นเวลาหนึ่งปี นักวิจัยพบว่า ในบรรดาสัตว์ขนาดเล็กที่แมวเหล่านี้จับได้ เกือบครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 49ถูกทิ้งไว้ตรงจุดเดิมที่พวกมันล่า ร้อยละ 28 ถูกแมวกิน และร้อยละ 23 ถูกนำกลับมาที่บ้าน
งานวิจัยนี้พบว่า เหยื่อส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำกลับมาที่บ้าน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า แมวออกล่าเพื่อนำอาหารกลับมาให้มนุษย์ที่เป็นเจ้าของ ขณะเดียวกัน นักวิจัยระบุด้วยว่า กล้อง KittyCams ทำหน้าที่เพียงบันทึกเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหยื่อ แต่ไม่สามารถบันทึกเจตนาของแมว จึงไม่อาจบอกได้ว่า เหตุใดแมวบางตัวจึงคาบหนูที่ล่าได้กลับเข้ามาในบ้าน
ขณะที่ Cats Protection องค์กรการกุศลที่ทำงานด้านการปกป้องแมวของอังกฤษ เสนอคำอธิบายที่เรียบง่ายกว่า โดยบอกว่า บ้านเป็นอาณาเขตหลักของแมว จึงเป็นสถานที่ที่พวกมันรู้สึกปลอดภัย แมวจึงอาจคาบเหยื่อกลับมาเพื่อกินอย่างสงบ หรืออาจเก็บไว้กินภายหลัง หรือเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อื่นมาแย่งเอาเหยื่อไป
มีงานวิจัยจากจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียอีกชิ้นหนึ่ง ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Feline Medicine and Surgery ในปี 2004 อธิบายว่า แมวมีพฤติกรรมออกล่าเหยื่อเพียงลำพัง และจำเป็นต้องล่าสัตว์ขนาดเล็กให้ได้หลายตัวต่อวันเพื่อให้มีอาหารเพียงพอ ดังนั้น พฤติกรรมการแบ่งเหยื่อที่ล่าได้จึงไม่ใช่พฤติกรรมที่เข้ากับนิสัยของแมว
ขณะที่งานศึกษาในปี 2023 ตีพิมพ์ในวารสาร Ecology and Evolution ทำการสำรวจเจ้าของแมว 2,508 คนในผ่านกลุ่มเฟสบุ๊กสำหรับคนรักแมวในฝรั่งเศส โดยนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากแมวโตเต็มวัย 719 ตัวที่ออกไปนอกบ้านทุกวัน
การศึกษาพบว่า เจ้าของแมวประเมินว่า แมวที่มีบุคลิกแบบ เอ็กโทรเวิร์ต ชอบเข้าสังคมและกระตือรือร้นสูง ฉลาด ตื่นตัว ไม่ย่อท้อ กับแมวที่มีบุคลิกแบบไม่หวาดระแวง ไม่ขี้อาย หรือขี้กลัว มีแนวโน้มที่จะนำนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กกลับมาที่บ้านมากกว่า นอกจากนี้ แมวที่ใช้เวลานอกบ้านนานกว่า ก็มีสัดส่วนการนำเหยื่อกลับบ้านมากกว่า
แต่นักวิจัยชี้ว่า งานศึกษานี้มีข้อจำกัด เพราะอาศัยการประเมินจากเจ้าของแมว จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่า อะไรเป็นปัจจัยของพฤติกรรมการล่าดังกล่าวของแมว ทั้งยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า บุคลิกภาพของแมวมีความสำคัญต่อระยะเวลาที่แมวอยู่นอกบ้าน แรงจูงใจในการล่า หรือความสามารถในการจับเหยื่อของพวกมันหรือไม่
มีนักวิจัยในสหราชอาณาจักรที่ทำการศึกษาถึงการเปลี่ยนอาหารและการเล่นกับแมวว่า จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการล่าและนำสัตว์ขนาดเล็กเข้าบ้านได้หรือไม่?
การทดลองปี 2021 ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ ตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology ทดลองโดยให้แต่ละครัวเรือนปรับเปลี่ยนวิธีดูแลแมวหนึ่งอย่าง เช่น เปลี่ยนอาหาร เล่นกับแมวทุกวัน ใช้เครื่องให้อาหารแบบปริศนา หรือให้แมวสวมปลอกคอที่มีกระดิ่ง เปรียบเทียบกับแมวที่เป็นกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
ผลการศึกษาพบว่า แมวที่กินอาหารสูตรที่มีแต่เนื้อสัตว์ นำสัตว์กลับบ้านลดลงร้อยละ 36 ส่วนแมวที่เจ้าของเพิ่มเวลาเล่นด้วยของเล่นวันละ 5–10 นาที นำสัตว์กลับบ้านลดลงร้อยละ 25ขณะที่การใช้เครื่องให้อาหารแบบปริศนา ซึ่งแมวต้องใช้ความพยายามเพื่อให้ได้อาหาร ทำให้แมวนำสัตว์กลับบ้านเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 33 ส่วนการให้แมวสวมปลอกคอที่มีกระดิ่ง นักวิจัยไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ข้อสงสัยอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้ของแมว คือ แมวพยายามสอนมนุษย์ให้ล่าเหยื่อหรือไม่?
งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Feline Medicine and Surgery เมื่อปี 2004 ศึกษาพฤติกรรมของแม่แมว พบว่า แม่แมวที่อาศัยอย่างอิสระจะเริ่มนำเหยื่อกลับมาให้ลูกแมวเมื่อพวกลูกๆ มีอายุประมาณ 4 สัปดาห์ โดยช่วงแรกแม่แมวจะนำเหยื่อที่ตายแล้วมาให้ ต่อมาจึงนำเหยื่อที่ยังมีชีวิตมาปล่อยไว้ที่รัง เพื่อให้ลูกแมวฝึกจับและฆ่าเหยื่อด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ได้แสดงให้เห็นว่า แม่แมวมองมนุษย์เป็นเสมือนลูกของมัน หรือประเมินว่ามนุษย์ล่าเหยื่อไม่เป็น หรือมีความพยายามสอนทักษะการล่าให้กับเจ้าของ
ศูนย์ส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ แนะนำว่า หากแมวนำซากสัตว์ที่ล่าได้กลับมาที่บ้าน ให้เจ้าของสวมถุงมือป้องกันชนิดหนาก่อนเคลื่อนย้ายซากสัตว์ เพราะในซากสัตว์อาจมีไวรัสพิษสุนัขบ้าที่สามารถอยู่รอดได้นานหลายชั่วโมงหลังสัตว์ที่ติดเชื้อเสียชีวิตแล้ว รวมถึงระวังการถูกกัดโดยสัตว์ที่ถูกล่าซึ่งอาจยังไม่ตายสนิท
ทางด้าน สมาคมสัตวแพทย์อเมริกัน แนะนำว่า ควรแยกแมวออกจากซากสัตว์ เนื่องจากการสัมผัสนกป่าที่ติดเชื้ออาจเป็นช่องทางที่ทำให้แมวติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ได้ และเชื้อดังกล่าวมักทำให้แมวเสียชีวิต
ที่มา
Why Cats Bring Home Dead Animals (Hint: It’s Probably Not A Gift)