สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ร่วมกับ บริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CVI) เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศการลงทุนของภาคเหนือ จัดการประชุมเจรจาธุรกิจระดับบอร์ดบริหารแบบปิด (Closed-Door) ภายใต้ชื่องาน "The Investor Talk in Chiang Mai" ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท โดยเป็นกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Programmes) อย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ผู้บริหารระดับสูง และเครือข่ายทุนต่างชาติ เข้ากับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโตในพื้นที่ภาคเหนือ
ณิชา สิงห์บุราอุดม ผู้จัดการอาวุโส สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ (TCEB) ระบุว่า TCEB มุ่งหวังให้ผลลัพธ์จากการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank ขยายผลต่อเนื่องจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคในรูปแบบของการลงทุนและการจับคู่เจรจาธุรกิจ ซึ่ง 4 เทรนด์เศรษฐกิจโลกที่สอดรับกับศักยภาพของภาคเหนือ ได้แก่ ทิศทางเงินทุนที่มองหาพื้นที่เสถียรภาพ การเติบโตของเอเชียที่มีเชียงใหม่เป็นประตูเชื่อมโยง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคเอกชน และการใช้ Small AI เพื่อแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมย้ำว่า อุตสาหกรรม MICE คือ แพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ และเปลี่ยนการจัดประชุมให้เป็นจุดเริ่มต้นของพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรม AgTech, FoodTech และ MedTech
ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI เปิดเผยถึงมุมมองด้านกลยุทธ์การลงทุนว่า ทิศทางการเติบโตของบริษัทที่น่าลงทุนในทศวรรษหน้าของไทย จะไม่ได้จำกัดกระจุกตัวอยู่เพียงในกรุงเทพมหานคร แต่จะขยายสู่พื้นที่ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งด้านสถาบันการวิจัย เทคโนโลยี และบุคลากร
"ศักยภาพเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สมมติฐานการลงทุนที่สมบูรณ์ การแปลงงานวิจัยหรือเทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจที่น่าลงทุนต้องอาศัย 'การลงมือทำ' (Execution) และเครือข่ายพันธมิตร เวที Investor Talk จึงมุ่งเน้นการสร้าง Deal Pipeline อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเฟ้นหาบริษัทที่พร้อมขยายตัว และดึงเม็ดเงินลงทุนระดับนานาชาติเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ" ธนะชัย กล่าว
ในการประชุมยังมีการนำเสนอบทวิเคราะห์จาก รายงานเจาะลึกระบบนิเวศนวัตกรรมล้านนา 2026 Lanna Innovation and Investment Brief 2026 ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประเมินศักยภาพระบบนิเวศนวัตกรรม เศรษฐกิจมหภาค และโอกาสการลงทุนรายเซกเตอร์ของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ซึ่งรายงานชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเชียงใหม่สู่ "มหานครเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ" โดยมีสัดส่วนถึง 72.3% ของ GPP รวมถึงการพัฒนา 2 ย่านนวัตกรรมหลัก ได้แก่ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (SMID) และ ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ (MAID) ซึ่งเปิดโอกาสการลงทุนในเซกเตอร์ที่เติบโตสูงอย่าง FoodTech, AgTech และ MedTech
ณัฐ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ กล่าวในการเสวนาหัวข้อ Report on Financial Situation in CNX and Northern Region ชี้ให้เห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินที่สูงของเชียงใหม่ ที่มียอดเงินฝากทะลุ 311.3 พันล้านบาท ณ เดือนกรกฎาคม 2569 สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศหากไม่นับรวมกรุงเทพฯ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปิดรับเงินทุนที่มีความเสี่ยง (Risk Capital) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Deep Tech และ SME ภายใต้สิทธิประโยชน์จาก BOI
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาการประเมินทิศทางการลงทุนของภาคเอกชนหัวข้อ Panel Discussion: CNX Investment Potential: Present and Future โดยมี สมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งปันมุมมองเรื่องความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานภาคเหนือในการยกระดับเพื่อรองรับสเกลระดับนานาชาติ ร่วมกับ กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ที่ชี้ถึงโอกาสการลงทุนในภาคบริการเชิงพาณิชย์ เช่น สุขภาพและเวลเนส พร้อมนำเสนอกลไกการจับคู่พันธมิตรกับธุรกิจท้องถิ่น
ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ กรรมการบริษัท CVI ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Green Investment in Northern Region ชู Green Investment และนวัตกรรม DeepTech สำหรับการผลักดันการลงทุนที่ยั่งยืนและโอกาสในการขยายสเกลสตาร์ทอัพด้าน AgTech และ FoodTech พร้อมเสนอแนวทางเปลี่ยนวิกฤต PM2.5 ให้เป็นโอกาสการลงทุนด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (EnviroTech)
รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำเสนอวิสัยทัศน์ในการต่อยอดงานวิจัยด้านเกษตรและอาหารเชิงลึกสู่ธุรกิจ Spin-off และ ทพ.ดร.สิระ ฮันตระกูล จากโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ที่ร่วมวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรมอายุวัฒนะ (Longevity)
ในการเสวนาดึงคนเก่งระดับโลก หรือ Global Talent เพื่อหนุนให้ เชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง Digital Nomad ไพศาล สุขเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงทิศทางการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวและสร้างแพ็กเกจทนทานต่อฤดูกาล (Seasonal-resilient) ร่วมกับ Tom Counsell, CTO จาก Cyndra AI ซึ่งเป็นตัวแทน Digital Nomad สะท้อนถึงช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูด Talent ผู้มีรายได้สูง เช่น สัญญาเช่าระยะยาว การบูรณาการประกันสุขภาพ และบริการธนาคาร
การจัดงานครั้งนี้ ยังมีเวทีเสนอมุมมองศักยภาพการลงทุนจากนานาชาติ จากยุโรป CNX Investment Potential From International Perspectives โดย Sebastian-Justus Schmidt กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยกตัวอย่างความต้องการของนักลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมสำหรับบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงจากยุโรป ขณะที่ Nikolaus Prachensky กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐออสเตรีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ที่นำเสนอการประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พื้นที่บนภูเขาและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของออสเตรียกับเชียงใหม่
ช่วงท้ายของการเสวนา ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI ชี้ให้เห็นถึง "ช่องว่างทางเงินทุน" ว่า เปรียบเสมือนโอกาสทองสำหรับนักลงทุนระยะยาว พร้อมเชิญชวนให้นักลงทุนสำรวจโอกาสในพื้นที่การเติบโตหลักของเชียงใหม่ และตั้งเป้าหมาย 90 วัน สำหรับการหารือเรื่องข้อตกลงการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากการสัมมนาและเจรจาธุรกิจระดับบอร์ดบริหารแล้ว ผู้เข้าร่วมประชุมยังมีโอกาสให้เข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติการจริงของระบบนิเวศนวัตกรรมในเชียงใหม่ อาทิ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU STeP), บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน), บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด และโครงการจริงใจมาร์เก็ต เพื่อเปิดมุมมองโดยตรงต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายสเกล และสัมผัสโอกาสการลงทุนที่แท้จริงของภาคเหนือ