Skip to main content

 

ขนมปัง อาหารจากยุคโบราณที่ยังคงถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะมาจนถึงทุกวันนี้ มีหลักฐานทางโบราณคดีที่พบว่า การทำขนมปังย้อนไปไกลถึง 14,400 ปี ซึ่งเก่ากว่ายุคเกษตรกรรมที่มนุษย์เริ่มต้นทำการเพาะปลูกเมื่อราว 10,000 ปีที่แล้ว นอกจากขนมปังแล้ว เบียร์ แพนเค้ก แกงกะหรี่ ก็ล้วนมีอายุเก่าแก่และยังคงเป็นอาหารโปรดของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน


ขนมปัง อาหารเก่าแก่กว่า 14,400 ปี

 

การค้นพบทางโบราณคดีนี้ ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ในปี 2018 เผยว่า คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง รู้จักการอบขนมปังก่อนที่จะเริ่มต้นยุคเกษตรกรรมถึงราว 4,000 ปี ซึ่งยุคนั้นมนุษย์ยังดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า โดยก่อนหน้านี้ นักวิชาการเชื่อกันว่า มนุษย์เริ่มการเพาะปลูกก่อน แล้วจึงค่อยรู้จักการอบขนมปัง

ขนมปังอายุ 14,400 ปีที่ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีชูไบกา 1 ในจอร์แดน ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ทำขนมปังชิ้นนี้ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า พวกเขาเก็บรวบรวมธัญพืชป่าและพืชหัว ก่อนนำมาบดหรือตำให้กลายเป็นแป้งหยาบ ผสมกับน้ำ แล้วนำไปปรุงบนหินร้อนหรือในถ่านที่เหลืออยู่ในหลุมก่อไฟจนได้ขนมปังที่มีเนื้อแน่น หยาบ ซึ่งแตกต่างจากขนมปังที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันอย่างมาก

ส่วนขั้นตอนการทำขนมปังลักษณะนี้ ยังเป็นลักษณะเดียวกับการทำแผ่นตอร์ติญาจากข้าวโพดในเม็กซิโก ขนมปังนานในเอเชียใต้ และขนมปังมัตซาห์ของชาวยิว ขณะที่ขนมปังที่ผ่านการใช้ยีสต์หมักจนขึ้นฟูเกิดขึ้นในยุคหลัง 
 

แพนเค้ก ต้นกำเนิดก่อนยุคประวัติศาสตร์

 

นักโบราณคดีพบ หินบด อายุราว 30,000 ปีในอิตาลี พบเศษของพืชจำพวกเฟิร์น ธูปฤาษี และแอช เป็นหลักฐานว่า มนุษย์ในยุคหินนำพืชที่มีแป้งมาบดจนละเอียดเป็นเนื้อข้น แล้วนำไปปรุงเป็นแผ่นแบนบนพื้นผิวที่ให้ความร้อน นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานที่ถ้ำทางตอนเหนือของอิรัก พบเศษอาหารที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งมีอายุย้อนหลังไปหลายหมื่นปี

นักวิจัยเชื่อว่า แพนเค้กโบราณ แตกต่างจากแพนเค้กที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันอย่างมาก เพราะไม่มีแป้งที่ผ่านการขัดสี และ ยังไม่มีสารช่วยให้แป้งฟู นักวิจัยคาดว่า แพนเค้กที่ได้มีเนื้อแน่น หยาบ ทำจากเมล็ดพืชป่า พืชหัว หรือเหง้าพืชที่หาได้ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำไปปรุงโดยวางลงบนหินร้อนโดยตรง

ต่อมาในยุคกรีกและโรมัน ผู้คนนิยมกินขนมแผ่นแบนที่ทำจากแป้งสาลี ปรุงด้วยน้ำมัน และราดด้วยน้ำผึ้ง จนเมื่อถึงยุคราชวงศ์ทิวดอร์ในอังกฤษ แพนเค้กจึงมีรูปแบบใกล้เคียงกับที่เรารู้จักในปัจจุบัน


เบียร์ เครื่องดื่มเก่าแก่อายุกว่า 10,000 ปี

 

“เบียร์” เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ มีการพบหลักฐานทางโบราณคดีพบการหมักเบียร์ซึ่งย้อนหลังไปไกลราว 10,000 ปีในบริเวณที่เป็นประเทศอิหร่านปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานโบราณคดีระบุถึงการผลิตเบียร์ในเมโสโปเตเมีย ทางตอนใต้ของอิรัก ที่ย้อนไปได้ราว 3,500 ปีก่อนคริสตกาล จากหลักฐานระบุได้ว่า เบียร์ยุคนั้นมีเนื้อข้น ขุ่น และมีเศษธัญพืชแขวนลอยอยู่เป็นจำนวนมาก ภาพการร่วมกันดื่มเบียร์ยังปรากฎในภาพสลักของชาวเมโสโปเตเมียด้วย เบียร์แพร่ไปยังอิยิปต์ตามเส้นทางการค้า บทบาทของเบียร์ยุคโบราณ จึงเป็นทั้งอาหารหลักในชีวิตประจำวัน และเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา

ขณะที่วิธีการผลิตเบียร์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา เริ่มจากการแช่ธัญพืชในน้ำ เพื่อเปลี่ยนแป้งที่สะสมอยู่ในเมล็ดให้กลายเป็นน้ำตาล จากนั้นใช้ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ การควบคุมอุณหภูมิ การกรอง การพาสเจอไรซ์ และการคัดแยกสายพันธุ์ยีสต์เฉพาะที่ทำให้ได้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ


สตูว์ จากสูตรอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

 

นักโบราณคดีพบสูตรอาหารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมา เป็นคำแนะนำในการปรุง “สตูว์และน้ำซุป” จารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์มลงบนแผ่นดินเหนียวเมื่อราว 1750 ปีก่อนคริสตกาลในดินแดนเมโสโปเตเมีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศอิรัก

หนึ่งในสูตรที่มีข้อมูลชัดเจนที่สุดเป็นเมนูเนื้อแกะ ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยลนำข้อมูลมาสร้างเป็นสูตรอาหารที่สามารถปรุงได้จริง และสืบทอดต่อมาในอาหารอีกหลากหลายชนิด


แกงกะหรี่ เมนูอาหารอายุ 4พันปีจากลุ่มแม่น้ำสินธุ

 

นักโบราณดคีพบหลักฐานการการปรุงอาหารด้วยเครื่องเทศย้อนหลังไปราว 4,000 ปี ในยุคสำริดของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ บริเวณประเทศปากีสถานในปัจจุบัน โดยการขุดพบหลักฐานคราบไหม้ของกระเทียม ขิง และขมิ้นในภาชนะปรุงอาหาร และพบคราบดังกล่าวบนฟันของร่างผู้ที่ถูกฝังไว้ในบริเวณดังกล่าว

หลักฐานทั้งสองทำให้นักวิจัยบ่งชี้ได้ว่า มนุษย์ในอดีตนำขมิ้นและขิงมาปรุงอาหารร่วมกัน ซึ่งเป็นเครื่องเทศที่ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของเครื่องเทศในอนุทวีปอินเดียมาจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน แกงกะหรี่โบราณที่พบนั้นไม่ใช่ในแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน เพราะในเวลานั้นภูมิภาคนี้ยังไม่มีพริก จนกระทั่งศตวรรษที่ 16 เมื่อเรือโปรตุเกสนำพริกมาจากทวีปอเมริกาเข้ามายังอินเดีย

ส่วนคำว่า “แกงกะหรี่” มีรากมาจากคำภาษาทมิฬว่า “kari” ซึ่งหมายถึงซอสหรือเครื่องเคียงที่กินกับข้าว ต่อมา พ่อค้าชาวโปรตุเกสถ่ายทอดคำนี้ออกมาเป็น “caree” ก่อนที่เจ้าอาณานิคมชาวอังกฤษจะนำคำว่า “curry” มาใช้ในภาษาของตน และขยายความหมายให้ครอบคลุมอาหารท้องถิ่นหลากหลายชนิดที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก

แต่สิ่งที่สืบทอดต่อกันมาอย่างแท้จริงของแกงหระหรี่ คือ เทคนิคการปรุง ที่เริ่มจากการผัดเครื่องเทศและวัตถุดิบที่ให้กลิ่นหอม ก่อนนำเนื้อสัตว์ ถั่ว หรือผักลงไปเคี่ยว ซึ่งหลักฐานจากเมืองโมเฮนโจ-ดาโรชี้ให้เห็นว่า ผู้คนในยุคนั้นก็อาจใช้วิธีปรุงอาหารในลักษณะเดียวกันนี้ และเป็นเทคนิคพื้นฐานยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน


ที่มา
10 ancient foods that are still on menus today
 

 

↑