นิโคลัส ไรเดอร์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ เผยว่า คนรุ่นใหม่ในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะนักศึกษา และนักศึกษาต่างชาติ กำลังตกเป็นเป้าของเครือข่ายอาชญากรรมในการดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการฟอกเงิน
ศาสตราจารย์นิโคลัส เผยว่า ระหว่างปี 2020 ถึง 2025 มีผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปีในสหราชอาณาจักรมากกว่า 8,900 คนถูกจับกุมในข้อหาฟอกเงิน คิดเป็นสัดส่วนสูงเกินกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนผู้ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว
เขาระบุว่า ปัญหานี้กำลังขยายตัวและไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่คนหนุ่มสาวก่ออาชญากรรมทางการเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า เครือข่ายอาชญากรรมกำลังชักชวนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็น “บัญชีม้า” หรือเป็นผู้รับหรือโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ข้อมูลจากหน่วยงานตำรวจ 36 แห่ง ระหว่างเดือนมกราคม 2020 ถึงเดือนมกราคม 2025 เผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงินทั้งหมด 14,493 คน ในจำนวนนี้ 8,956 คน คือ ผู้มีอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกจับกุมที่อายุต่ำกว่า 18 ปีอีก 776 คน
ศาสตราจารย์นิโคลัสบอกว่า นักศึกษาดูเหมือนจะเป็นกลุ่มคนที่ตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายเป็นพิเศษ เพราะกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงิน ขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการเงิน หรือไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ขณะที่นักศึกษาต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ มีบางรายตกเป็นเป้าหมายไม่นานหลังจากเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักร
ส่วนวิธีการที่อาชญากรใช้ คือ การชักชวนนักศึกษาให้เป็นบัญชีม้ารับเงินเข้าบัญชีธนาคารของตน แล้วโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่น และได้รับค่าตอบแทนโดยที่อาจไม่รู้ว่าเงินนั้นมาจากไหน หรือทำไปโดยที่ไม่เข้าใจว่าเป็นความผิดทางอาญา
“นักศึกษามีความเสี่ยงที่จะถูกชักจูงให้ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า เนื่องจากต้องเผชิญแรงกดดันทางการเงิน ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลทางกฎหมายของการเป็นบัญชีม้า เครือข่ายอาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นขบวนการฉวยโอกาสจากปัจจัยเหล่านี้ โดยใช้ประกาศรับสมัครงานปลอมและวิธีชักชวนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเสนอรายได้ง่ายๆ แลกกับการใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวเพื่อโอนเงิน” ศาสตราจารย์นิโคลัสกล่าว
ศาสตราจารย์นิโคลัสระบุว่า นักศึกษาต่างชาติอาจมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ เพราะจำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักร และอาจต้องทำธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาจึงอาจกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการฟอกเงินที่ได้จากการฉ้อโกงและอาชญากรรม โดยที่บางคนอาจรู้ตัวและยินยอมเข้าร่วม ขณะที่บางคนอาจถูกหลอก ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือถูกชักจูงให้เชื่อว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นไม่มีอันตราย
เขาระบุว่า มหาวิทยาลัยอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินด้วยผ่านการชำระค่าเล่าเรียนหรือเงินบริจาค ซึ่งอาจทำให้มหาวิทยาลัยเอื้อให้เกิดการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว ซึ่งงานวิจัยก่อนหน้านี้ของเขาและคณะแสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยมีความเสี่ยงต่อการฟอกเงิน เนื่องจากมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก และรับชำระค่าเล่าเรียนกับค่าที่พักเป็นเงินสด ขณะที่มหาวิทยาลัยมากกว่าร้อยละ 20 ไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงินแก่นักศึกษาเลย
ศาสตราจารย์นิโคลัสมีข้อเสนอในการรับมือกับการป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัยและนักศึกษาตกเป็นเป้าของขบวนการฟอกเงิน
ประการแรก เขาเสนอให้นำมหาวิทยาลัยเข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจนในการตรวจสอบและรายงานกรณีต้องสงสัยว่ามีการฟอกเงิน
ประการที่สอง เขาเสนอให้มีมาตรการป้องกันแต่เนิ่นๆ และมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเสี่ยงให้มากขึ้น มหาวิทยาลัยควรบรรจุความรู้เกี่ยวกับบัญชีม้าไว้ในกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษา ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้านการเงินและการรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และให้การสนับสนุนเป็นพิเศษแก่นักศึกษาต่างชาติ
ประการที่สาม เขาเสนอให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานตำรวจสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งมากขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการสร้างช่องทางประสานงานที่เป็นระบบที่จะช่วยให้ตรวจพบธุรกรรมที่น่าสงสัย และรูปแบบการชักชวนคนมาเป็นบัญชีม้า ก่อนที่จะลุกลามจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาชญากรรมขนาดใหญ่
สุดท้าย เขาเสนอให้กระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรจัดทำยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยเฉพาะ เพื่อรับมือกับการฟอกเงินและการใช้บัญชีม้าในแวดวงการศึกษา เพื่อช่วยแก้ปัญหาความไม่สม่ำเสมอทั้งในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ทรัพยากร และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตำรวจดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน