Skip to main content

ภูมิทัศน์ของสถานที่ทำงานยังคงเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสและวลีใหม่ๆ หลังจากเกิดคำว่า “quiet quitting” และ “quiet hiring” ก็เกิดวลีใหม่ ซึ่งล่าสุด คือ "quiet vacationing"

ผลสำรวจของแฮริสโพลล์เมื่อเร็วๆ นี้ เผยว่า ‘quiet vacationing’ กำลังเป็นเทรนด์ของมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานออฟฟิศรุ่นใหม่

Quiet quitting เป็นวลียอดนิยมบนติ๊กต๊อก เมื่อปี 2022 หมายถึง พนักงานที่ไม่ค่อยทุ่มเทหรือเต็มที่กับงาน แค่ทำงานไปตามหน้าที่ ไม่กระตือรือล้น ไม่ทำงานล่วงเวลา ไม่อาสาทำงานอื่นนอกเหนือจากงานในความรับผิดชอบ รวมทั้งไม่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท

Quiet hiring หมายถึง การที่บริษัทหรือองค์กรต้องการทักษะใหม่ๆ โดยที่ไม่จ้างพนักงานเพิ่ม แต่จะใช้วิธีจัดอบรม อัพสกิล รีสกิลให้พนักงานเดิม บางครั้งหมายถึง การจ้างพนักงานชั่วคราว พนักงานสัญญาจ้าง หรือฟรีแลนซ์

ส่วน Quiet vacationing หมายถึง การที่พนักงานลาหยุดโดยไม่แจ้งหรือบอกต่อหัวหน้างาน ซึ่งรูปแบบนี้กำลังเกิดเพิ่มมากขึ้นในหมู่คนทำงานอายุน้อยในสหรัฐ 

ผลสำรวจของ ‘แฮริสโพลล์’ ทางออนไลน์กับพนักงานบริษัทในสหรัฐที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,170 คน เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 28 ของพนักงานลาหยุดแบบ quiet vacationing โดยร้อยละ 37 เป็นคนเจนมิลเลเนียล ร้อยละ 24 เป็นกลุ่มคนเจนซี

แฮริสโพลล์ ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้พนักงานลาโดยไม่แจ้งว่า ไม่ได้เกิดจากการที่พนักงานไม่มีวันลาหยุดแบบที่ยังได้ค่าแรง หรือการไม่มีวันลาหยุดพักร้อน ร้อยละ 83 ของผู้ตอบแบบสำรวจ ยังรู้สึกพอใจกับนโยบายการลาพักร้อนของบริษัทเสียด้วยซ้ำ และร้อยละ 78 ของผู้ตอบแบบสำรวจก็ไม่ได้ใช้วันลาพักร้อนจนครบ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานรุ่นเยาว์ ร้อยละ 89 ของคนเจนซี และร้อยละ 83 ของคนเจนมิลเลเนียล ไม่ได้ใช้วันลาพักร้อนจนครบ แต่ขอลาหยุดด้วยเหตุผลอื่นๆ

รายงานผลการสำรวจยังยกสาเหตุบางประการที่อยู่เบื้องหลัง quiet vacationing ว่า เกิดจากความกดดันที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในที่ทำงาน การมีภาระงานที่หนัก รวมถึงความรู้สึกผิด และความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตัวพนักงานในสายตาของนายจ้างหรือหัวหน้างาน

รายงานระบุว่า พนักงานออฟฟิศเหล่านี้รู้สึกกดดันตลอดเวลาแม้จะเป็นวันลาก็ตาม โดยเกินกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจบอกว่า พวกเขาตั้งเวลาให้อีเมลส่งอัตโนมัติหลังเวลาเลิกงาน เพื่อให้ดูเหมือนว่ายังทำงานอยู่ หรือใช้โปรแกรมจำลองการขยับเมาส์ เพื่อแสดงว่ายังใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ แม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่จริง

1 ใน 4 ของลูกจ้างเจนซี ระบุว่า พวกเขาไม่มีความสุขในที่ทำงาน และร้อยละ 20 ตัดสินใจที่จะลาออก การศึกษาพบว่า ความต้องการขั้นต่ำสุดของพวกเขา คือ quiet vacationing

“การลาหยุดโดยไม่แจ้งของคนรุ่นมิลเลเนียล ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการไม่เข้าออฟฟิศ แต่มันสะท้อนถึงปัญหาต่างๆ ที่ใหญ่กว่า เช่น การไม่สามารถตัดขาดจากงาน ความกังวลเกี่ยวกับการลาหยุด และการไม่ใช้วันลาพักร้อน” ลิบบี้ รอดนีย์ เจ้าหน้าที่ของแฮริสโพลล์กล่าว

รอดนีย์กล่าวด้วยว่า แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในลูกจ้างกลุ่มที่อายุน้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวโน้มของพนักงานเจเนอเรชันอื่นที่กำลังค้นหาวิธีสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและงาน

“ราว 2 ใน 3 ของคนมิลเลเนียล เชื่อว่า วันลาควรหมายถึง การตัดขาดจากงานโดยสมบูรณ์ เช่นเดียวกับที่ร้อยละ 64 พบว่าเป็นการท้าทายที่จะไม่สนใจเรื่องงานเลยในช่วงวันที่ลาหยุด” รอดนีย์กล่าว

รอดนีย์กล่าวว่า ในบรรยากาศที่มีการไล่พนักงานออกครั้งแล้วครั้งเล่า และสภาพเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ลูกจ้างจะยิ่งเพิ่มการลาแบบ quiet vacationing เพื่อรักษาตำแหน่งงานของพวกเขาเอาไว้

สหรัฐเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมยกย่องการทำงานหนัก ลูกจ้างในสหรัฐจึงกำลังเผชิญความยากลำบากในการตัดขาดงานออกจากชีวิตส่วนตัว และไม่สามารถหาวิธีทำงานที่สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและงานได้

“บริษัทควรจะพิจารณาให้มีกระบวนการขอลาพักร้อนที่โปร่งใสและตรงไปตรงมา เพื่อลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลาหยุด นโยบายวันลาและการเตือนให้พนักงานใช้วันลาพักร้อน สามารถช่วยลดความรู้สึกผิด และวันลาพักร้อนควรเป็นการเติมเต็มการทำงานมากกว่าที่จะเป็นโซ่ล่ามคอพวกเขา” รอดนีย์กล่าว

 

ที่มา
What to know about the rising trend of ‘quiet vacationing’ among young workers