Skip to main content

 

กิจกรรมง่ายๆ ที่ไม่เรียกร้องสูงและไม่ต้องใช้เงินมาก อย่างเช่น การเดินเล่นด้วยกัน ทำอาหารร่วมกัน หรือนั่งทำงานเงียบๆ อยู่ข้างๆ กัน ไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นรูปแบบการเข้าสังคมที่คนเจน Z ต้องการ พวกเขาเรียกการเข้าสังคมในแบบที่เรียบง่ายนี้ว่า “soft socializing” ซึ่งกำลังเปลี่ยนวิถีการเข้าสังคมจากคนรุ่นก่อนๆ ไปอย่างสิ้นเชิง

Soft socializing เป็นเทรนด์ที่ขับเคลื่อนโดยคนเจน Z ซึ่งพาผู้คนรุ่นใหม่ถอยออกห่างจากวัฒนธรรมการพบปะสังสรรค์ในแบบเดิมๆ โดยหันไปหาวิธีการใช้เวลาร่วมกันในแบบที่ไม่ต้องรู้สึกกดดัน ทำให้การเชื่อมโยงระหว่างกั นเป็นกันเองและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

คนเจน Z ให้ความสำคัญกับ ความสัมพันธ์ที่เน้นการใช้เวลาร่วมกันแบบสบายๆ ผ่านกิจกรรมบางอย่าง ที่ไม่ต้องรู้สึกกดดัน หรือไม่จำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง ส่วนบทสนทนาปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หรืออาจไม่จำเป็นต้องมีการพูดคุยอะไรกันเลยก็ได้

การเข้าสังคมรูปแบบนี้ต่างจากคนรุ่นก่อนๆ ที่มักนัดเจอกันเพื่อออกไปสังสรรค์กินดื่ม หรือไปในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก คนเจน Z กลับโน้มเอียงไปสู่การใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมที่เรียบง่ายและมีบางสิ่งให้ทำร่วมกัน เช่น การต่อจิ๊กซอว์ด้วยกัน การพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือที่เพิ่งอ่านจบ หรือเข้าคลาสเครื่องปั้นเซรามิก และมองว่าการเข้าสังคมตลอดเวลาเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้

ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของคนเจน Z คือ การเข้าสังคมโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีแอลกอฮอล์เป็นศูนย์กลาง ต่างจากการสังสรรค์ดั้งเดิมที่มักมีความคาดหวังเรื่องการดื่มกิน และการอยู่ร่วมกันจนดึกดื่น ซึ่งสำหรับคนเจน Z สิ่งเหล่านี้ทำให้การเข้าสังคมกลายเป็นเรื่องยากและลำบากใจ

โรเบิร์ต อเล็กซานเดอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากสถาบันเทคโนโลยีนิวยอร์ก อธิบายว่า การเข้าสังคมแบบเดิม มักมาพร้อมกับแรงกดดันที่เกิดจากการที่ไม่สามารถพูดความคาดหวังออกมาแบบตรงๆ ได้ เช่น ต้องคอยทำให้บทสนทนาไหลลื่นเพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศเงียบอันน่าอึดอัด โดยเฉพาะในการเจอกันแบบตัวต่อตัวหรือในกลุ่มเล็กๆ นอกจากนี้ ยังต้องทำให้คู่สนทนารู้สึกว่า เป็นคนตลก ฉลาด หรือคุยด้วยแล้วสนุก

เคนท์ เบาส์มาน ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยแมรี่วิลล์เซ็นต์หลุยส์ บอกว่า คนเจน Z เป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิด และเติบโตขึ้นในยุคที่การสื่อสารเกิดขึ้นแทบตลอดเวลา แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันซึ่งหน้า ต่างจากคนรุ่นก่อน อย่างคนเจน X ที่ต้องพึ่งพาการพบปะแบบตัวต่อตัวเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ทำให้การพบปะเป็นทางการและมีน้ำหนักทางสังคมมากกว่า

เขาบอกว่า สำหรับคนเจน Z การเข้าสังคมแบบดั้งเดิมได้เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลผ่านโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว การพบปะแบบซึ่งหน้า ในความรู้สึกของพวกเขาจึงไม่ได้มีความสำคัญทางสังคมมากเหมือนเมื่อก่อน

จอร์แดน แอชลีย์ นักสังคมวิทยา และผู้ก่อตั้ง Souljourn Yoga Foundation มองว่า การระบาดของโควิดก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเจน Z จำนวนมาก ถูกจำกัดการพบปะกันให้อยู่แค่ในโลกออนไลน์ หรืออยู่ในกลุ่มเล็กๆ ซึ่งการต้องเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงวัยที่กำลังเติบโต ส่งผลต่อวิธีที่พวกเขาสร้างความสัมพันธ์ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใส่ใจกับสภาพแวดล้อมทางสังคมที่กดดันสูงอีกต่อไป แต่สนใจการเชื่อมโยงกันอย่างตั้งใจและรู้สึกสบายใจมากกว่า

ขณะที่เคนท์บอกว่า ข้อจำกัดทางการเงิน เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อกิจกรรมต้นทุนต่ำแบบ soft socializing โดยเฉพาะกับคนเจน Z เพราะกิจกรรมจำนวนมากแทบไม่ต้องใช้เงินเลย

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมทางสังคมในคนเจน Z โดยพบว่า ร้อยละ 92 ของคนเจน Z มองว่า การซื่อตรงต่อตัวเอง และผู้อื่นโดยไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันเป็นเรื่องที่พวกเขาให้สำคัญอย่างมาก

“สำหรับคนเจน Z ความจริงใจ หมายถึง คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอะไรเพื่อพิสูจน์ว่าคุณอยู่ตรงนั้น หรือทำอะไรเพื่อแสดงว่าใส่ใจช่วงเวลานั้นจริงๆ” เคนท์กล่าว


ที่มา
"Soft Socializing" Is the Gen Z Trend That's Making Low-Pressure Hangouts the New Normal