Skip to main content

 

การเลี้ยงสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอกจากจะช่วยฮีลใจ ทำให้ผู้เลี้ยงมีความสุขแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งก็มีด้านของความทุกข์ด้วย ซึ่ง เอมิลี เฮเมนดิงเกอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดในสหรัฐ เปรียบว่า การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ทั้งสุขและทุกข์

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า การเลี้ยงแมวหรือสุนัขส่งผลดีต่อสุขภาพจิตได้ไม่ต่างกัน เพราะสัตว์เลี้ยงสามารถช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล หรือเมื่อเกิดความรู้สึกว่าต้องรับมือกับสิ่งต่างๆ มากเกินไป นอกจากนี้ การเลี้ยงสัตว์ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้ผู้เลี้ยงรู้สึกถึงเป้าหมายในชีวิต การมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หรือมีสิ่งที่ต้องดูแล

แม้แต่คนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เอง มีงานวิจัยพบว่า ก็อาจได้รับประโยชน์จากการที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ในชุมชน หรือคนรอบตัวด้วยเช่นกัน

เอมิลี เฮเมนดิงเกอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาสังคมสงเคราะห์คลินิก จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด เป็นหนึ่งในคนที่รักสัตว์ และเลี้ยงดูสุนัขเป็นเสมือนลูก เธอบอกว่า จากประสบการณ์การทำงานและชีวิตส่วนตัว ทำให้ได้พบเห็นว่า สัตว์เลี้ยงส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้คนอย่างไร

เธอบอกว่า การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงก็มีช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสเช่นกัน เช่น กรณีที่ต้องรีบพาสัตว์เลี้ยงไปโรงพยาบาลสัตว์แบบฉุกเฉิน หรือการสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะได้ยินเสียงอาเจียนของพวกมัน หรือในช่วงเวลาที่ต้องอำลาเพื่อนรักตัวน้อย เนื่องจากวัยและปัญหาสุขภาพที่รักษาไม่ได้

เอมิลีบอกว่า สื่อมักนำเสนอเรื่องราวด้านดีของการเลี้ยงสัตว์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับไม่ค่อยพูดถึงความยากลำบากหรือข้อเสีย เธอบอกว่า แม้สัตว์เลี้ยงจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีงานวิจัยบางชิ้นที่พบว่า การเลี้ยงสัตว์อาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงขึ้น หรือแม้แต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนได้ด้วยเช่นกัน

เธอบอกว่า แม้สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเราเสมอ แต่ในภาวะที่เจ้าของกำลังเผชิญความเครียด สัตว์เลี้ยงก็อาจเป็นต้นเหตุของความกดดัน หรือทำให้เครียดเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากสัตว์แต่ละตัวต้องการการดูแลที่ไม่เท่ากัน

เธอยกตัวอย่างผลสำรวจชิ้นหนึ่งที่พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 47 รู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องปล่อยสุนัขไว้ที่บ้านตามลำพัง ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 41 ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเคยปฏิเสธคำชวนไปงานพบปะสังสรรค์ ด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากทิ้งสุนัขไว้ลำพังที่บ้าน ขณะที่ ร้อยละ 70 ระบุว่า อยากทำงานจากที่บ้าน เพื่อที่จะได้อยู่กับสัตว์เลี้ยง

เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยยังระบุด้วยว่า พวกเขามักกังวลว่า สัตว์เลี้ยงจะเจ็บป่วย พลัดหลง หรืออาจได้รับอันตรายจากความผิดพลาดของตัวเองโดยที่ไม่ตั้งใจ

เอมิลีบอกว่า ยังมีความจริงประการหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การที่สัตว์เลี้ยงมีอายุขัยสั้นกว่ามนุษย์ เจ้าของจึงต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคของสัตว์สูงวัย และความโศกเศร้าเมื่อถึงวันที่สัตว์เลี้ยงแสนรักต้องจากไป สำหรับบางคน ความเจ็บปวดจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยงอาจรุนแรงยิ่งกว่าการสูญเสียคนใกล้ชิดเสียอีก

เธอบอกว่า ความโศกเศร้าจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยง มักไม่ได้รับการยอมรับหรือความเข้าใจจากสังคม การที่คนรอบข้างมองว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยง "เศร้าเกินเหตุ" หรือแสดงความเสียใจมากเกินไป เรียกว่า Disenfranchised Grief หรือ ความโศกเศร้าที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เป็นความความสูญเสียที่ผู้คนรอบข้างไม่รับรู้ ไม่ให้คุณค่า หรือไม่เห็นว่า เป็นเรื่องที่ควรได้รับการเห็นอกเห็นใจ

เอมิลีบอกว่า หากสังคมให้เกียรติและเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์นี้ การรับฟัง ยอมรับ และแสดงความเข้าอกเข้าใจ ก็จะเป็นประโยชน์ไม่เพียงต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคลากรทางสัตวแพทย์และผู้ที่มีหน้าที่ดูแลสัตว์ด้วย

เธอบอกว่า สัตว์เลี้ยงนำมาซึ่งความสุขและมิตรภาพอย่างมากมายมาสู่ชีวิตของเรา แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การยอมรับว่า การเลี้ยงสัตว์มาพร้อมกับความเครียด และความยากลำบากด้วยเช่นกัน

“ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข และช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทุกข์จากการเลี้ยงสัตว์ ก็ไม่ต่างจากชีวิตของมนุษย์เองที่มีทั้งช่วงเวลาสุขและทุกข์ ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงมีความหมายมากยิ่งขึ้น” เอมิลี กล่าว


ที่มา
The overlooked stress that comes with owning a pet, according to experts