ที่ญี่ปุ่น เริ่มมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยบรรเทาปัญหาการเลี้ยงลูกอ่อนให้กับพ่อแม่ โดยการใช้แอปพลิเคชันที่แปลเสียงร้องโยเยของทารก ให้พ่อแม่ทราบว่า ลูกน้อยของพวกเขาต้องการหรืออยากสื่อสารอะไรตอนกลางดึก
เทคโนโลยีล่าสุดที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ช่วยในการเลี้ยงลูกอ่อนคือ แอปพลิเคชันที่อ้างว่าสามารถ "แปลเสียงร้องของทารก” ให้เป็นคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง เปลี่ยนการคาดเดาความต้องการของลูกน้อยในช่วงกลางดึก ให้กลายเป็นการวิเคราะห์ที่มีข้อมูลรองรับ
โมโตะ นูมาซาวะ คุณพ่อมือใหม่วัย 25 ปี พัฒนาแอปฟรีชื่อ Babylingual เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้รับความนิยมอย่างมาก เขาเริ่มพัฒนาแอปนี้หลังจากภรรยาเริ่มตั้งครรภ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมรับมือกับความวุ่นวายในการเลี้ยงลูกคนแรก
Babylingual พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ ที่พบว่า ทารกอาจมีรูปแบบการร้องที่แตกต่างกันตามความต้องการแต่ละแบบ โดยแอปสามารถจำแนกเสียงร้องออกเป็น 5 หมวดหมู่ และยังให้พ่อแม่สามารถบันทึกเสียงเอาไว้ เพื่อใช้ช่วยปลอบทารกให้สงบลง
โมโตะ ได้ทดลองใช้แอป Babylingual กับลูกชายวัย 3 เดือน โดยถือสมาร์ตโฟนไว้ใกล้ตัวลูกขณะร้องไห้ ภายในเวลาไม่กี่วินาที Babylingual ก็แสดงผลว่า "ฉันกำลังหิว" พร้อมแสดงระดับความน่าจะเป็นของสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เด็กร้องไห้ ก่อนให้คำแนะนำว่า "อาจถึงเวลาให้นมแล้ว"
ผลลัพธ์นี้ไม่ห่างจากความจริงนัก เพราะขณะนั้นผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงนับจากมื้อนมครั้งก่อน และหลังจากได้รับนม ทารกน้อยก็ผล็อยหลับในอ้อมแขนของแม่ทันที
นอกจาก Babylingual ยังมีแอปสำหรับการเลี้ยงลูกอื่นๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น Awababy ซึ่งเป็นแอปที่พัฒนาโดยบริษัทสตาร์ทอัพ Cross Medicine ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโทคุชิมะ โดยฝึกเอไอจากฐานข้อมูลเสียงร้องของทารกกว่า 160,000 ตัวอย่าง ควบคู่กับข้อมูลวิธีปลอบเด็กให้สงบ
Awababy สามารถวิเคราะห์เสียงร้องของทารกออกเป็น 11 สภาวะทางอารมณ์ พร้อมแนะนำวิธีตอบสนองที่เหมาะสม
โคกะ นากาอิ ประธานบริษัท Cross Medicine เผยว่า การใช้งานแอปจะพุ่งสูงที่สุดในช่วงกลางดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ต้องอดนอน และเป็นช่วงเวลาที่แทบไม่มีใครให้โทรขอคำแนะนำ
Cross Medicine เชื่อว่า เทคโนโลยีนี้อาจช่วยลดความเครียดของผู้ปกครอง และอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้
ขณะนี้ มีหน่วยงานท้องถิ่นหลายแห่งในญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจกับเทคโนโลยีนี้ เช่น ที่เมืองมิชิมะ ในจังหวัดชิซุโอกะ มีการให้ประชาชนใช้แอป Awababy และกำลังพิจารณาเปิดให้ใช้ฟรี ขณะที่เมืองโอยามะ เริ่มแจกบัญชีผู้ใช้งานให้กับพ่อแม่ของทารกแรกเกิดที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ
โมโตะ คุณพ่อมือใหม่บอกว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่สัญชาตญาณการรับรู้ของพ่อแม่ต่อความต้องการของลูก แต่เขาหวังว่าแอปนี้จะช่วยให้ทั้งลูกน้อยและพ่อแม่สามารถสื่อสารกันได้ดีขึ้น
ที่มา
Can AI speak baby? Japanese apps are trying to crack the code