Skip to main content

 

จีนผลักดันผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั่วประเทศที่จดสิทธิบัตรกว่า 80,000 รายการ ไปสู่การผลิตเป็นสินค้าและบริการในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยมีการวางยุทธศาสตร์ให้สิทธิบัตรในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

สำนักงานบริหารทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน เผยว่า เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลจีนคัดกรองสิทธิบัตรกว่า 1.3 ล้านรายการจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั่วประเทศ และพบว่า มีสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์ราว 680,000 รายการที่มีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ และเชื่อมโยงสิทธิบัตรเหล่านั้นเข้ากับบริษัท 460,000 แห่ง เพื่อผลักดันนวัตกรรมก้าวออกจากห้องทดลองสู่ตลาดจริง

ทางการระบุว่า การจัดระเบียบและฟื้นฟูสิทธิบัตรที่มีอยู่เดิมในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ โดยในระหว่างปี 2023 ถึง 2025 มีการนำสิทธิบัตรราว 80,000 รายการจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย กว่า 2,700 แห่งถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์แล้ว

ความพยายามนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่รัฐบาลจีนต้องการผลักดันให้งานวิจัยต่อยอดไปสู่สินค้าและบริการมากขึ้น แม้ว่าจีนจะถือครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์ภายในประเทศมากกว่า 5 ล้านรายการ แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์ โดยในปี 2022 มีเพียงร้อยละ 3.9 ของสิทธิบัตรจากมหาวิทยาลัยที่ถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์

ขณะเดียวกัน กระทรวงการศึกษาของจีน กำลังศึกษาการใช้ปัญญาประดิษฐ์และบิ๊กดาต้า ในการวิเคราะห์มูลค่าที่เป็นไปได้ของสิทธิบัตรต่างๆ จากมหาวิทยาลัย รวมถึงการวิเคราะห์แนวทางที่จะนำไปประยุกต์ใช้

หลี่ ถัง นักวิจัยด้านนโยบายสาธารณะจากมหาวิทยาลัยฟูตั้น ระบุว่า ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยในจีนสนับสนุนการจดสิทธิบัตรอย่างมาก และใช้จำนวนสิทธิบัตรเป็นหนึ่งในเกณฑ์ความก้าวหน้าในอาชีพนักวิจัย แต่ในบางกรณี สิ่งนี้กลับนำไปสู่ “การจดสิทธิบัตรเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งหมายถึง การยื่นจดสิทธิบัตรเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ประเมิน มากกว่าการมุ่งนำไปพัฒนาต่อในเชิงธุรกิจ

เธอบอกว่า ผลที่ตามมา คือ สิทธิบัตรจำนวนมากยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะใช้งานได้จริง หรือมีความต้องการในตลาด

เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐบาลจีนเริ่มใช้มาตรการจูงใจใหม่ โดยให้รางวัลกับผลงานวิจัยนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ แทนที่จะให้ความสำคัญเพียงแค่การยื่นจดสิทธิบัตร

หลี่ ถัง บอกว่า รัฐบาลยังพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ขัดขวางการนำงานวิจัยออกสู่ตลาด เช่น กฎเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์จากสิทธิบัตร และการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งมีหน้าที่ช่วยนักวิชาการเปลี่ยนเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไว้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

รัฐบาลจีนมองไปถึงอนาคต โดยวางยุทธศาสตร์ให้สิทธิบัตรด้านเทคโนโลยี เป็นแกนหลักในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ อินเทอร์เฟซสมอง-คอมพิวเตอร์ และการสื่อสารในระบบ 6G เพื่อสร้างรากฐานสำหรับการพัฒนาสิทธิบัตรมูลค่าสูงในเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนหนึ่งที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูง และถือครองสิทธิบัตรสำคัญ ก็ได้รับประโยชน์จากการผลักดันครั้งนี้ และเติบโตแข็งแกร่งขึ้น เช่น Unitree Robotics บริษัทผลิตหุ่นยนต์ในมณฑลเจ้อเจียง

โรเบิร์ต คอนน์ ผู้ที่ศึกษาผลงานวิจัยและวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก บอกว่า แนวทางนี้ยังถือว่ายังใหม่เกินไป และเร็วเกินไปที่จะประเมินผล แต่มีโอกาสประสบความสำเร็จ เพราะบริษัทในจีนมักพร้อมปฏิบัติตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด


ที่มา
China’s latest push to commercialize research: match 680,000 innovators with companies
China’s government takes action in tech transfer from public research to industry