ภาพคนรุ่นใหม่ใส่หูฟังในที่สาธารณะ หรือในขนส่งมวลชนตลอดเวลา เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ แม้การใช้หูฟังเป็นประจำอาจดูเหมือนไม่มีอันตรายอะไร แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจส่งผลเสียต่อความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงความสามารถในการกำกับดูแลจิตใจของตัวเอง
ผลสำรวจของ Edison Research บริษัทวิจัยตลาดและสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เผยว่า คนช่วงวัย 13–34 ปี ใช้เวลาเฉลี่ยวันละ 4.5 ชั่วโมงในการฟังพอดแคสต์ เพลง หรือเนื้อหาเสียงประเภทอื่นๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือและหูฟัง
ขณะที่ Spotify แพลตฟอร์มฟังเพลงและพอดแคสต์ออนไลน์ เผยว่า ปี 2025 เกินครึ่งของผู้ใช้บริการทั้งหมดทั่วโลก หรือร้อยละ 56 มาจากผู้ใช้บริการที่เป็นคนเจน Z
อทิรา กาลี วัย 24 ปี บอกว่า เธอทำอะไรโดยที่ไม่ฟังเพลงหรือไม่มีหูฟังไม่ได้เลย แม้แต่ตอนที่ล้างจาน เพราะเธอรู้สึกว่ามันน่าเบื่อมาก ปีที่แล้ว เธอฟังเพลงจาก Spotify รวมแล้วมากกว่า 33,500 นาที
อทิราเล่าว่า เธอแทบจะฟังเพลงหรือพอดแคสต์อยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่เดินทางไปทำงานในตอนเช้า ระหว่างทำงานก็ใส่หูฟังไว้ตลอด เว้นแค่ตอนเข้าประชุม และสวมหูฟังระหว่างเดินทางกลับบ้าน ตอนที่ทำงานบ้านในช่วงค่ำ ต่อเนื่องไปจนถึงเข้านอน
เธอบอกว่า การฟังบางสิ่งบางอย่าง ทำให้ไม่ต้องจดจ่ออยู่กับงานที่ทำมากนัก และช่วยให้ประสบการณ์ระหว่างทำสิ่งนั้นดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานที่น่าเบื่อ การทำงานบ้านที่ไม่ชอบ หรือแม้แต่ตอนที่กำลังทำงานที่ออฟฟิศ
เช่นเดียวกับ แอนนาเบล แฟรงคลิน วัย 24 ปี ที่บอกว่า เธอเริ่มฟังเพลงทันทีที่ตื่นนอน และตลอดทั้งวันเธอจะเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ฟังรวมกันประมาณ 12 ชั่วโมง เธอบอกว่า การใส่หูฟังเป็นเรื่องของความเคยชิน และเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปแล้ว
ริชาร์ด เดวิสัน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและจิตเวชศาสตร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพใจ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร สังกัดมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน ประเมินว่า นักศึกษาประมาณร้อยละ 90 ที่เดินไปมาในมหาวิทยาลัยสวมหูฟังอยู่ ซึ่งเมื่อ 10 ปีก่อนสภาพเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย และการสวมหูฟังอยู่ตลอดเวลาทำให้นักศึกษาพลาดโอกาสในการเข้าสังคมไปนับครั้งไม่ถ้วน
“โอกาสที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งของการเรียนมหาวิทยาลัยคือการได้พบปะผู้คน ได้รู้จักคนที่แตกต่างจากเรา และมาจากภูมิหลังที่หลากหลาย แต่ถ้าทุกคนเดินไปไหนมาไหนโดยสวมหูฟัง ก็ไม่มีใครพูดคุยกันเลย” ศาสตราจารย์ริชาร์ดกล่าว
เขาบอกว่า ทุกวันนี้ การยืนรอเฉยๆ กลายเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนยุคปัจจุบัน แม้แต่ในร้านกาแฟผู้คนมักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นระหว่างการรอคิว โดยไม่มีใครยืนรอเฉยๆ หรือยิ้มให้คนที่กำลังยืนรออยู่ข้างๆ หรือพูดคุยกับคนแปลกหน้า
กลอเรีย มาร์ค ศาสตราจารย์ด้านสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ บอกว่า การใช้หูฟังกลายเป็นพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่ทำจนเคยชิน มากกว่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้คนอื่นรับรู้โดยตั้งใจว่า ไม่ต้องการปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า
ศาสตราจารย์ริชาร์ด บอกว่า ปฏิสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันหรือกับคนแปลกหน้า ก็อาจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาวะของเรา แต่การสวมหูฟังอาจขัดขวางการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญเหล่านี้
ขณะที่ศาสตราจารย์กลอเรียระบุว่า การสวมหูฟังอยู่ตลอดเวลาอาจขัดขวางความสามารถในการอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ รวมถึงการมีจิตใจที่ปลอดโปร่งด้วย เธอบอกว่า ผู้คนสูญเสียความสามารถในการนั่งเฉยๆ และอยู่กับความเงียบไปแล้ว ไม่ยอมปล่อยให้ความคิดล่องลอยไป หรือยอมให้ตัวเองรู้สึกเบื่อได้
เธอบอกว่า การไม่ใช้หูฟังสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการอยู่กับปัจจุบันขณะ และตระหนักถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้น
อทิรา ตัดสินใจทดลองไม่ฟังเพลงระหว่างเดินทางไปทำงาน เพื่อต้องการรู้ว่า การไม่สวมหูฟังจะทำให้เธอรู้สึกอยู่กับโลกตรงหน้ามากขึ้น และทำให้เธอมีสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมากขึ้นหรือไม่
หลังจากการทดลองผ่านไป 2 วัน เธอบอกว่า เธอสังเกตเห็นป้ายประกาศของร้านค้าแห่งใหม่ที่จะเปิดในละแวกบ้านถึง 4 ป้าย โดยที่ไม่เคยสังเกตเห็นพวกมันมาก่อนเลย ทั้งที่เดินผ่านเส้นทางเดิมนี้ทุกวัน
“ฉันคิดว่าตอนใส่หูฟัง ฉันคงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินไปเรื่อยๆ” อทิรากล่าว
ที่มา
Gen Zers love using headphones — but do they know the risks? Experts weigh in