ภัยอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุภาวะที่มีสมองเสื่อมในญี่ปุ่นซึ่งอาศัยอยู่ลำพัง คือ การตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีขายสินค้าหรือบริการถึงบ้าน โดยกดดันให้ผู้สูงอายุที่เป็นเหยื่อซื้อบริการที่ไม่ได้คุณภาพในราคาที่สูงเกินจริง
เจแปนไทม์ รายงานว่า เมื่อปลายปี 2025 ในจังหวัดโอซากา มีกรณีคุณยายวัย 90 ปีที่มีภาวะสมองเสื่อม และอาศัยอยู่ลำพัง ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ปรับปรุงบ้าน และต้องจ่ายเงินให้กับคนกลุ่มนี้ไปถึง 1.37 ล้านเยน หรือตกราว 3 แสนบาท
ชายแปลกหน้า 2 คนอ้างว่า ทำงานให้บริษัทรับปรับปรุงบ้านมาหาคุณยายโดยไม่ได้นัดหมาย และเวียนมาหาเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อโน้มน้าวให้คุณยายติดตั้งวัสดุกันลื่นบนบันได ปรับปรุงห้องใต้หลังคา โรยกรวดในสนามหน้าบ้าน โดยเรียกเก็บเงินจากเธอราว 1.37 ล้านเยน ทั้งที่ค่าวัสดุสำหรับงานแต่ละรายการมีมูลค่าเพียงไม่กี่พันเยน
เดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 เกิดเหตุการณ์บังเอิญเมื่อพยาบาลเดินทางไปเยี่ยมคุณยายที่บ้าน และพบชายคนหนึ่งกำลังปรับปรุงบ้านของคุณยาย จึงแจ้งเรื่องไปยังตำรวจผ่านศูนย์สนับสนุนผู้สูงอายุ ชายทั้งสองจึงถูกจับกุมในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยข้อหาฉ้อโกงโดยอาศัยความบกพร่องในการตัดสินใจของผู้เสียหาย รวมถึงความผิดอื่นๆ
ในการสอบปากคำ ชายทั้งสองให้การว่า จากการพูดคุยและปฏิสัมพันธ์กับเธอทำให้พวกเขารู้ว่าคุณยายมีภาวะสมองเสื่อม เจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อว่า การที่คุณยายจ่ายเงินตามจำนวนที่เรียกเก็บจนเต็ม แม้งานทำออกมาจะไม่มีคุณภาพ ทำให้ผู้ต้องหายิ่งได้ใจและกล้าฉวยโอกาสจากเธอมากขึ้น
ศูนย์สนับสนุนผู้สูงอายุในชุมชนของเมืองยาโอะที่คุณยายอาศัยอยู่ ระบุว่า มีสัญญาณตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้วว่า คุณยายกำลังตกเป็นเป้าหมายของผู้รับเหมาปรับปรุงบ้านที่ไม่สุจริต
ระหว่างการเข้าเยี่ยมบ้านตามปกติ เจ้าหน้าที่ของศูนย์สังเกตเห็นกองสัญญาจ้างงานที่ทำกับบริษัทอื่นๆ เมื่อสอบถามถึงเอกสารเหล่านั้น คุณยายตอบว่า เธอจำไม่ได้ว่าสัญญาเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง
สำนักงานกิจการผู้บริโภคของญี่ปุ่น เผยว่า ปี 2026 มีผู้ยื่นขอคำปรึกษาประมาณ 10,000 กรณี เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการ ซึ่งจำนวนมากเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมที่ตกเป็นเหยื่อของการขายสินค้าหรือบริการถึงบ้าน และพฤติกรรมอื่นๆ ที่มาในลักษณะเดียวกัน แต่มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่ผู้เสียหายเป็นผู้ติดต่อขอคำปรึกษาด้วยตนเอง
“ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมไม่ตระหนักว่า ความสามารถในการตัดสินใจของตัวเองลดลง พวกเขายังเชื่อว่า ยังสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้องเหมือนเดิม แต่พวกเขาอาจไม่ตระหนักเลยว่า ถูกหลอก หรืออาจลืมไปเสียด้วยซ้ำว่าเคยทำสัญญาเหล่านั้นไว้ ทำให้ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” โนบุยะ คาวาบาตะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะสมองเสื่อมกล่าว
นายแพทย์โนบุยะระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือด้วยตนเอง สิ่งสำคัญ คือ การสร้างระบบสนับสนุนที่มีทั้งเจ้าหน้าที่สวัสดิการในชุมชน เพื่อนบ้าน และสถานพยาบาลเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย รวมถึงการนำระบบผู้พิทักษ์สิทธิสำหรับผู้ใหญ่มาใช้ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
ที่มา
Unscrupulous businesses preying on older people with dementia