นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจลอนดอน เผยงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสุขภาพจิตในสหราชอาณาจักร โดยพบว่า การผสมผสาน “การออกกำลังกาย” เข้ากับ “การทำงานอาสาสมัคร” ในชุมชน อาจเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูง และมีค่าใช้จ่ายต่ำ ในการรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในสหราชอาณาจักร
งานวิจัยดังกล่าวเผยแพร่ในวารสาร Social Science and Medicine ศึกษาถึงผลของการออกกำลังกายและการทำงานอาสาสมัครที่มีต่อสุขภาพจิตของคนในวงกว้าง นำโดย ดร.มาเรีย โคโตฟาน, ศาสตราจารย์คริสเตียน เครเคล และ ดร. เอคาเทรินา โอปารินา จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจลอนดอน
ทีมวิจัยศึกษาทำการทำงานของอาสาสมัครที่ร่วมกิจกรรมกับ GoodGym องค์กรการกุศลที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากกว่า 58,000 คน ผ่านภารกิจต่างๆ มากกว่า 383,000 ครั้ง
กิจกรรมอาสาสมัครของ GoodGym ประกอบด้วย การเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานเพื่อไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่แยกตัวจากสังคม หรืออาสาเข้าร่วมในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การช่วยทำงานต่างๆ ในพื้นที่
ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการศึกษามากกว่า 2,800 คน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ถึงเดือนมีนาคม 2024 พบว่า การเข้าร่วมกิจกรรมเป็นประจำสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า ผู้ที่มาทำงานอาสาสมัครมีความรู้สึกเหงาน้อยลง มีความไว้วางใจผู้อื่นมากขึ้น รู้สึกเชื่อมโยงกับคนรอบข้างมากขึ้น และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่มากกว่าเดิม
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นอาสามัครครอบคลุมไปถึงคนหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ชายผู้หญิง คนที่มีระดับรายได้ต่างกัน และคนในหลากหลายช่วงอายุ โดยประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกกว่า 6 เดือน หลังจากที่ผู้เข้าร่วมการศึกษาทำภารกิจอาสาสมัครครั้งสุดท้าย
งานวิจัยพบด้วยว่า แม้แต่อาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่บ่อยก็ยังได้รับประโยชน์ที่วัดผลได้ แสดงให้เห็นว่า ผู้คนไม่จำเป็นต้องทุ่มเทเวลาให้กับกิจกรรมอาสาสมัครอย่างหนักหน่วง จึงจะได้รับประโยชน์ทางด้านสุขภาพจิต
นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่เกิดกับคนที่เป็นอาสาสมัครแล้ว งานวิจัยพบว่า โครงการลักษณะนี้ยังให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปอย่างมาก ซึ่งประโยชน์ด้านสุขภาวะที่ผู้ทำงานอาสาสมัครได้รับจากโครงการมีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนในการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 40 เท่า
สหราชอาณาจักร กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึง 120,000 ล้านปอนด์ต่อปี หรือราว 5.4 ล้านล้านบาท จากทั้งการขาดงานเนื่องจากการเจ็บป่วย และการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน ขณะที่แรงกดดันก็เพิ่มขึ้นกับระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ
ทีมวิจัยเสนอแนวทางที่เรียกว่า “การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม” หรือ social prescribing ให้แพทย์แนะนำผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน อาจเป็นวิธีที่มีต้นทุนคุ้มค่าในการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตระดับไม่รุนแรง ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
“โครงการนี้ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับโครงการระดับประเทศอีกหลายโครงการที่ใช้งบประมาณสูงเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และแม้เราจะไม่ได้ประเมินผลประโยชน์ในส่วนนี้เป็นตัวเลขไว้ในงานวิจัย แต่คาดว่าผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการก็น่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากเช่นกัน” ทีมวิจัยระบุ
นักวิจัยระบุว่า ในสถานการณ์ที่ทรัพยากรด้านสุขภาพกำลังเผชิญภาระหนักขึ้นเรื่อยๆ กีฬาและงานอาสาสมัครสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพจิตที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยที่เครื่องมือเหล่านี้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
ที่มา
Combining exercise with volunteering yields 'sizeable improvements' in mental health