Skip to main content

 

หลายคนนิยมสวมหูฟังเพื่อฟังเพลงโปรดขณะอยู่ในรถไฟใต้ดิน หรือระหว่างเดินทางในเมือง เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ชอบฟังเพลงขณะออกกำลังกายในฟิตเนส หรือฟังเพลงขณะกำลังวิ่งในสวนสาธารณะ ดนตรีนอกจากจะช่วยมอบความเพลิดเพลิน และทำให้เกิดความสุขแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า การฟังเพลงยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งได้อีกด้วย  

หลายคนที่เพิ่งเริ่มวิ่ง รวมถึงคนที่วิ่งเป็นประจำ พบวิธีแก้ปัญหาที่ดีในการลดความน่าเบื่อขณะวิ่งออกกำลังกาย ด้วยการนำดนตรีมาใช้ในการออกกำลังกาย ซึ่งดนตรีสามารถสร้างแรงจูงใจได้ หลายคนจึงเลือกเสียบหูฟังเพลงขณะวิ่งเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ ความเพลิดเพลิน และประสิทธิภาพ

การศึกษาของ ศาสตราจารย์ คอสตัส คาราจีโอกิส ในหนังสือ Inside Sports Psychology เผยว่า การฟังเพลงขณะวิ่งส่งผลเชิงดีต่อประสิทธิภาพการวิ่งถึงร้อยละ 15 เนื่องจากดนตรีไม่เพียงช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความเบื่อระหว่างการออกกำลังกายที่ยาวนาน หนัก และเข้มข้น แต่ยังช่วยปรับปรุงเรื่องของอารมณ์อีกด้วย ยังมีการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่า จังหวะดนตรีที่ซ้ำๆ ระหว่างวิ่ง สามารถประสานคลื่นสมองในลักษณะที่ช่วยให้ร่างกายของเราเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรี

ในยุคดึกดำบรรพ์ มนุษย์เคยวิ่งเพื่อล่าสัตว์ บางครั้งต้องวิ่งเป็นระยะทางไกลมาก ซึ่งร่างกายของมนุษย์ถูกสร้างมาให้สามารถวิ่งระยะทางไกลได้ถึงเกือบ 30 กิโลเมตรต่อวัน แม้ว่าปัจจุบัน เราไม่จำเป็นต้องวิ่งล่าสัตว์เพื่อความอยู่รอดอีกต่อไป เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ก็ทำให้เราใช้ชีวิตแบบที่นั่งนิ่งอยู่กับที่ จนในแต่ละวันเราเดินไม่ถึง 1 กิโลเมตรด้วยซ้ำไป ผู้คนจำนวนมากจึงพากันออกไปวิ่งเพื่อสุขภาพ

มีการศึกษาหลายชิ้น พบว่า การเดินบนลู่วิ่งหรือ การวิ่งกลางแจ้ง สามารถยกระดับอารมณ์ของคนที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ในระดับมาก นอกจากนั้น มีงานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า การวิ่งดีต่อกระดูกขา แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บจากการวิ่งได้ แต่โดยรวมแล้วการวิ่งให้ประโยชน์มากกว่าโทษ

ผลการสำรวจของ Runner's World จากนักวิ่ง 3,523 คน พบว่า ร้อยละ 75 ของผู้ตอบแบบสอบถาม สนับสนุนการวิ่งพร้อมเสียงดนตรี ขณะที่แบบสำรวจอื่นๆ แสดงผลลัพธ์ที่สูงกว่านั้นมาก

ศาสตราจารย์ แอนดี เลน นักจิตวิทยาการกีฬาจาก มหาวิทยาลัยวูล์ฟแฮมตัน ในสหราชอาณาจักร ทำการศึกษาพบว่า ดนตรีในการช่วยให้นักวิ่ง 1,100 คน สามารถควบคุมอารมณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ และพบว่า ดนตรีช่วยสร้างแรงจูงใจในวิ่งและยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการวิ่ง

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งจาก มหาวิทยาลัยจอห์นมัวร์ ศึกษานักปั่นจักรยาน พบว่า อัตราการเต้นของหัวใจและระยะทางในการปั่นลดลงเมื่อจังหวะเพลงช้าลง ขณะที่พวกนักปั่นจักรยานสามารถทำระยะทางได้ไกลขึ้น เมื่อดนตรีมีจังหวะเร็วขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจของนักปั่นจะเพิ่มขึ้น และผู้เข้าร่วมการทดลองจะรู้สึกว่า ออกกำลังกายหนักขึ้นเมื่อเพลงมีจังหวะคึกคักหรือเร็วขึ้น

“นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว ดนตรียังลดการรับรู้ถึงความเหนื่อยล้า ทำให้ความเจ็บปวดบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกซ้อมเบาบางลงหรือถูกกลบ เราทราบจากการสแกนสมองว่า เมื่อให้นักกีฬาฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วและเสียงดัง จะเกิดการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมในระบบโครงข่ายประสาทที่ก้านสมอง ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นและควบคุมระดับความตื่นตัวของสมอง” ศาสตราจารย์ คอสตัส คาราจีโอกิส กล่าว

นักวิจัยแนะนำว่า มี 5 เงื่อนไขในการนำดนตรีมาใช้เปิดฟังขณะวิ่ง ได้แก่ จังหวะ แนวเพลงหรือบรรยากาศ เนื้อเพลง ความทรงจำที่ถูกกระตุ้นจากเพลง และโครงสร้างหรือการเรียงลิสต์เพลง เพลงที่จังหวะเร็ว มีพลัง และมีเนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจจะกระตุ้นอารมณ์ด้านบวก และทำให้รู้สึกดี

 

ที่มา
Music and movement: beneficial effects on the brain and physical activity
Running with music: the case for and against