ผลการศึกษาครั้งใหม่ พบว่า หลังอายุ 35 ปีเป็นต้นไป ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเร็วกว่าผู้หญิงราว 7 ปี
งานวิจัยใหม่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ของ สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยใช้ข้อมูลจากการศึกษาเรื่อง การพัฒนาของความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในคนวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งติดตามศึกษาชาวอเมริกันมากกว่า 5,000 คนทั่วประเทศเป็นเวลากว่า 30 ปี
ในการศึกษาดังกล่าว ผู้เข้าร่วม 5,115 คนจากเมืองใหญ่ในสหรัฐ ได้แก่ ชิคาโก มินนิอาโปลิส เบอร์มิงแฮม รัฐแอละแบมา และโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผู้เข้าร่วมการวิจัยมีอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี ในช่วงเริ่มต้นการวิจัยเมื่อปี 1985 ถึง 1986 และถูกติดตามข้อมูลสุขภาพต่อเนื่องผ่านการตรวจร่างกายและแบบสอบถามจนถึงเดือนสิงหาคม ปี 2020 ทำให้ผู้เข้าร่วมที่มีอายุมากที่สุดอยู่ที่ 65 ปีเมื่อสิ้นสุดการวิจัย
นักวิจัยพบว่า ราวร้อยละ 5 ของผู้ชายที่เข้าร่วมการวิจัย มีการพัฒนาไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดบางรูปแบบเมื่ออายุ 50 ปี ขณะที่ผู้หญิง มีพัฒนาการเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่อายุราว 57 ปี โดยผู้ชายร้อยละ 2 มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเร็วกว่าผู้หญิงถึง 10 ปี
นักวิจัยระบุว่า ความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ชายและผู้หญิงเริ่มแยกจากกันตอนอายุ 35 ปี จากจุดนั้นไปจนถึงวัยกลางคน ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าผู้หญิง แม้จะมีการปรับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ดัชนีมวลกาย (BMI) ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ คุณภาพอาหาร และระดับของไขมันเลว
นพ. เบร็ตต์ ซีลอฟ ประธานภาควิชาโรคหัวใจแห่ง ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเจอร์ซีย์ชอร์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ บอกว่า การศึกษานี้สนับสนุนว่า ผู้ชายที่รอจนถึงวัยกลางคน แล้วจึงค่อยประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น เป็นการพลาดช่วงเวลาสำคัญของการป้องกันการเจ็บป่วยไป
นพ. เบร็ตต์ เสนอว่า ผู้ชายควรเริ่มตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำตั้งแต่อายุ 30 ปี และควรจัดการกับปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการสูบบุหรี่
นพ. คิม อีเกิล แพทย์โรคหัวใจและผู้อำนวยการ ศูนย์สุขภาพหลอดเลือดหัวใจแฟรงเคิล มหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ระบุว่า รู้สึกกังวลว่า งานวิจัยชิ้นนี้อาจทำให้หลายคนอาจสรุปว่า โรคหัวใจเป็นปัญหาของผู้ชายเป็นหลัก ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มของการเป็นโรคหัวใจเร็วขึ้นในช่วงหลังหมดประจำเดือน ไม่ได้ถูกสะท้อนในงานวิจัยนี้
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่สามารถพิสูจน์ว่า อะไรที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้ชายพัฒนาไปสู่โรคหัวใจเร็วกว่าผู้หญิง นอกจากนี้ แนวทางสาธารณสุข เครื่องมือวินิจฉัย และการรักษาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดช่วงเวลาการศึกษา ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อช่วงเวลาที่โรคถูกตรวจพบหรือได้รับการรักษา
“ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและความพิการในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนจึงควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำและใช้ชีวิตในรูปแบบที่ดีต่อหัวใจ” นพ. เบร็ตต์ กล่าว
ที่มา
Men develop cardiovascular disease 7 years before women, study suggests. But why?