ตามปีนักษัตรจีน ปี 2026 คือ “ปีม้าไฟ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต พลังอันร้อนแรง ที่จะเวียนมา 1 ครั้งในทุก 60 ปี แต่ทว่า ในปีแห่งความเติบโตนี้ คนหนุ่มสาววัยทำงานของจีนจำนวนมาก กลับเลือก “ตุ๊กตาม้าหน้าเศร้า” มาเป็นตัวแทนที่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกเหนื่อยล้า สิ้นหวังของพวกเขา จนกลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียจีน
เรื่องราวของ “ตุ๊กตาม้าหน้าเศร้า” เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในกระบวนการผลิตตุ๊กตาของโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองอี้อู ซึ่งเป็นเมืองค้าส่งขนาดใหญ่ทางภาคตะวันออกของจีน ที่ทำให้ “ตุ๊กตาม้า” ที่มีรอยยิ้มและแววตาสดใส กลายมาเป็น “ม้าหน้าเศร้า” เบะปาก แววตาเศร้าหมอง เหมือนกำลังจะร้องไห้ และกลายเป็นมาสคอตยอดนิยมรับปีมะเมีย ที่มีชาวเน็ตในจีนนับล้านคนต่างพาหลงรักเจ้าม้าหน้าเศร้านี้
“ตุ๊กตาม้าหน้าเศร้า” ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วในร้านค้าแห่งหนึ่ง โดยราคาขายอยู่ที่ราคา 25 หยวน หรือราว 112 บาท บนตัวม้ามีข้อความปักด้วยด้ายสีทองว่า “ขอให้ร่ำรวยทันใจ”
ตุ๊กตา “ม้าหน้าเศร้า” กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ของจีนก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ โดยแฮชแท็ก “ม้าร้องไห้” ปรากฏบน Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีนมากกว่า 190 ล้านครั้ง
ความนิยมในตุ๊กตาม้าร้องไห้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของจีน ไม่ได้เป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสภาวะที่คนทำงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมากในจีนกำลังรู้สึกความเหน็ดเหนื่อยและหมดหวัง
“สีหน้าของมันสะท้อนความรู้สึกไร้หนทางของมนุษย์เงินเดือนได้อย่างสมบูรณ์แบบ” วิเวียน เฮา บรรณาธิการสื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของม้าหน้าเศร้า 4 ตัวกล่าว
จีนมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้คนกว่า 800 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน และก่อให้เกิดชนชั้นกลางจำนวนมาก นักวิเคราะห์ชี้ว่า หลายปีที่ผ่านมา การเติบโตและค่าจ้างในจีนเกิดการชะลอตัว ทำให้โอกาสในการขยับสถานะทางสังคมเริ่มเลือนราง สำหรับคนหนุ่มสาวจีนจำนวนมาก อุดมคติการมุ่งมั่นทำงานกลับให้เกิดความรู้สึกความเหนื่อยล้าและผิดหวัง จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านวัฒนธรรมการทำงานแบบ “996” หรือ การทำงาน 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม สัปดาห์ละ 6 วัน
คนรุ่นใหม่ของจีน เรียกตัวเองว่า “หนิวหม่า” แปลตรงตัวว่า “วัวและม้า” เป็นการปรียบเปรยที่หมายถึงแรงงานที่ทำงานหนักเหมือนสัตว์ลากจูง พวกเขามองว่า ม้าหน้าเศร้า คือ สัญลักษณ์ใหม่ของมนุษย์เงินเดือนจีน
มีคนหนุ่มสาวจีนจำนวนมาก หลีกหนีไปใช้ชีวิตในชนบท ลดความสนใจที่จะใช้เงินเพื่อโอ้อวดความมั่งคั่ง หรือโชว์ความสำเร็จทางวัตถุเหมือนแต่ก่อน แต่กลับมองหาความรู้สึกสบายทางอารมณ์ เช่น ม้าหน้าเศร้า
ขณะที่ความนิยมในตุ๊กต้ามาหน้าเศร้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โรงงานต้องเร่งผลิตเพื่อสนองกับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศถึงวันละ 15,000 ตัว และทำยอดขายได้วันละหลายหมื่นตัว
“เจ้าม้าตัวเล็กดูเศร้าและน่าสงสารมาก เหมือนความรู้สึกของฉันตอนทำงานเลย พอมีของเล่นในปีมะเมียแบบนี้ ฉันหวังว่า จะทิ้งความคับข้องใจในที่ทำงานไว้เบื้องหลัง และเก็บเอาไว้แค่ความสุข” ผู้ซื้อรายหนึ่งบอก
ล่าสุด บริษัทผู้ผลิตม้าหน้าเศร้า ได้ยื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบรูปลักษณ์ของม้าหน้าร้องไห้ และขยายไลน์สินค้าไปยังของที่ระลึกอื่นๆ เช่น พวงกุญแจและหมอนรองคอสำหรับเดินทาง โดยมีคำสั่งซื้อแบบค้าส่งจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงจากแอฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่มา
China factory production error gives toy horses’ mouths pouty curves, wins hearts, boosts sales
Born of a Factory Mistake, This Sad Toy Horse Captures China’s Mood