Skip to main content

 

เมืองโฮโบเกน ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ของสหรัฐอเมริกา ทำสถิติที่น่าทึ่ง ด้วยการไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเลยแม้แต่รายเดียวในช่วงตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

โดยทั่วไป เมืองในสหรัฐที่มีประชากรราว 60,000 คน มักมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนตกปีละ 6–8 คน แต่การต่อสู้ของเมืองโฮโบเกนกับการเสียชีวิตบนท้องถนน ที่นำโดยนายกเทศมนตรี ราวี ภัลลา ซึ่งเพิ่งหมดวาระลง เป็นการสานต่องานจากนายกเทศมนตรีคนก่อนหน้า ได้เริ่มวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุของเมืองย้อนหลังกลับไป 5 ปี เพื่อค้นหาต้นเหตุและจุดที่เปราะบางนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต และใช้ข้อมูลเหล่านั้นเป็นฐานในการออกแบบปฏิรูปความปลอดภัยบนท้องถนน

ผลการวิเคราะห์พบว่า ระหว่างปี 2014 ถึง 2018 อุบัติเหตุที่มีการ “บาดเจ็บสาหัส” หรือ “เสียชีวิต” ร้อยละ 40 เกิดขึ้นกับคนที่ขี่จักรยานหรือคนเดินเท้า ทั้งที่คนทั้งสองกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับจำนวนการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดเพียงร้อยละ 8  ผลวิเคราะห์พบด้วยว่า ร้อยละ 88 ของอุบัติเหตุที่เกิดกับคนขี่จักรยานและคนเดินเท้า เกิดขึ้นบริเวณทางม้าลายตรงสี่แยก ทำให้จุดเหล่านี้จึงกลายเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการแก้ไข

หัวใจสำคัญในช่วงแรก คือ การให้ความสำคัญกับ “ผู้เปราะบางที่ใช้ถนน” เช่น ผู้สูงอายุและเด็ก ส่งผลให้มีการปรับปรุงถนนรอบโรงเรียน สวนสาธารณะ และศูนย์ผู้สูงอายุ ด้วยการขยายทางเท้ายื่นเข้าไปในบริเวณสี่แยก โดยทำขอบฟุตบาทนูนยื่นออกมาบนถนน ทำให้รถยนต์ต้องชะลอความเร็วเมื่อใกล้ถึงทางม้าลาย และช่วยลดระยะทางให้คนเดินเท้าในการเดินข้ามถนน

ขณะที่ไฟสัญญาณข้ามทางม้าลาย มีการตั้งค่าให้เพื่อคนเดินเท้าข้ามได้อย่างปลอดภัย มีการใช้สีทาถนนที่ทนทานขึ้น เพื่อให้ทางม้าลาย เลนจักรยาน และเครื่องหมายจราจรอื่นๆ มองเห็นได้ชัดเจนยาวนานขึ้น นอกจากนี้ ทางเทศบาลเมืองกำหนดความเร็วของรถยนต์ไว้ที่ไม่เกิน 30 กม.ต่อชั่วโมงอีกด้วย

เมืองโฮโบเกน ใช้หลากหลายมาตรการที่มีหลักฐานรองรับควบคู่กัน ออกแบบถนนให้มีชั้นการป้องกันหลายระดับ  เช่น การติดตั้งเสาพลาสติกสูงระดับเอว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการจอดรถในจุดห้ามจอด พื้นที่ใกล้สี่แยกบางจุดมีการปรับขยายทางเท้าให้กว้างขึ้น เมืองยังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและชุมชนในการนำพื้นที่ว่างเปล่ามาทำประโยชน์ให้กับประชาชน เช่น ทำที่จอดจักรยาน ทำพื้นที่สีเขียว และสวนรองรับน้ำฝน เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม

ราวี ยังสามารถระดมการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน จัดตั้งคณะทำงาน Vision Zero ซึ่งเป็นแนวคิดของขบวนการระดับโลกที่เชื่อว่า การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเมือง โฮโบเกนใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมตัดสินใจเป็นสำคัญ โดยเปิดให้ชุมชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านแบบสำรวจและการประชุม ทำให้ผู้นำได้ยินเสียงที่หลากหลาย การปรับปรุงทางสี่แยกบนถนน ก็จะทดลองทำเพียงหนึ่งหรือสองแยกก่อน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาทดลองและประเมินผล ก่อนจะมีการตัดสินใจขยายโครงการออกไป

การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อความปลอดภัยจะมีการรณรงค์สร้างความตระหนัก เช่น การรณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการลดความเร็วในการขับรถยนต์ลง 8 กม.ต่อชั่วโมง จะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของคนเดินเท้าได้อย่างมาก เมื่อประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ก็จะเริ่มให้การสนับสนุนมากขึ้น

นอกจากนี้ ในโครงการซ่อมถนนหรือพัฒนาพื้นที่ทุกจุด โฮโบเกนมักเลือกที่จะผนวกมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นเข้าไปในงานซ่อมทุกครั้ง ปัจจุบัน ราว 2 ใน 3 ของสี่แยกในเมืองมีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ มีทางม้าลายที่มองเห็นชัดเจนหลายร้อยแห่ง และมีขอบฟุตบาทที่ล้ำไปบนพื้นถนนอีกหลายสิบจุด

หลังการปรับปรุงถนนครั้งใหญ่ในปี 2022 พบว่า มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 18 และการบาดเจ็บรุนแรงลดลงถึงร้อยละ 62 ในระหว่างปี 2022 ถึง 2023

ความสำเร็จของเมืองโฮโบเกนไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน และแนวทางของโฮโบเกนไม่ใช่ยาวิเศษ แต่บทเรียนจากโฮโบเกนก็แสดงให้เห็นถึง ความพยายามปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยบนถนนเพื่อลดการสูญเสีย และแสดงถึงกระบวนที่ดีในการสร้างการยอมรับโดยการมีส่วนร่วมจากชุมชน


ที่มา
The City Where Traffic Fatalities Vanished