“การอ่าน” อาจทรงพลังมากกว่าที่เราคิด มีหลักฐานทางวิชาการมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า การอ่านอย่างสม่ำเสมอเชื่อมโยงกับระดับความเครียดที่ลดลง ความจำที่ดีขึ้น และสามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อม รวมทั้งการมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น
“เมื่อคุณหลงเข้าไปในโลกของหนังสือ คุณมักจะเข้าสู่สภาวะที่คล้ายกับภวังค์ คล้ายกับการทำสมาธิ ซึ่งสภาวะนั้นมีคุณสมบัติในการปกป้องตัวเราอย่างลึกซึ้ง” โซอี ชอว์ นักจิตบำบัดจากลอสแอนเจลิส ซึ่งศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการอ่านกับอายุขัย กล่าว
มีงานวิจัยชิ้นสำคัญจาก คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล เรื่อง ความสัมพันธ์ของการอ่านหนังสือกับการมีอายุยืน ซึ่งติดตามคนวัยผู้ใหญ่ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 3,635 คน เป็นเวลา 12 ปี โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง “พฤติกรรมการอ่าน” กับ "การมีชีวิตอยู่" พบว่า ผู้ที่อ่านหนังสือเป็นประจำมีอายุยืนยาวกว่าโดยเฉลี่ย 23 เดือน เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่อ่านหนังสือเลย โดยที่ปัจจัยอื่นๆ เช่น ระดับการศึกษา รายได้ สุขภาพพื้นฐาน ภาวะซึมเศร้า และความสามารถทางสติปัญญา ไม่มีผลต่อความเชื่อมโยงนี้เลย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การอ่านมีความเชื่อมโยงกับอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น
เอลิซาเบธ สไตน์-มอร์โรว์ นักวิจัยด้านจิตวิทยาการศึกษา จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยดังกล่าว บอกว่า กลไกที่อธิบายได้ดีที่สุดว่า ทำไมการอ่านจึงช่วยยืดอายุ คือ ผลกระทบด้านสังคมและอารมณ์ของหนังสือต่อคนอ่าน
เรย์มอนด์ มาร์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยยอร์ก ในแคนาดา อธิบายว่า ความเชื่อมโยงทางสังคมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี โดยที่การอ่านนิยายสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนประสบการณ์ทางสังคมให้ผู้ที่อ่านได้
“เรากำลังฝึกซ้อมอยู่ในใจถึงความสัมพันธ์ อารมณ์ และการมองจากมุมมองของผู้อื่น แม้ในขณะที่เราอยู่คนเดียวทางกายภาพก็ตาม” ศาสตราจารย์เรย์มอนด์ กล่าว
นอกจากนี้ หนังสือยังช่วยบรรเทาความโดดเดี่ยว ด้วยการมอบความเป็นเพื่อน โดยที่ปัจจุบัน ความโดดเดี่ยว เป็นปัจจัยเสี่ยงร้ายแรงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เทียบเคียงได้กับการสูบบุหรี่ หรือโรคอ้วน ขณะที่นักอ่านที่เข้าร่วมชมรมหนังสือ จะยิ่งได้รับประโยชน์มากขึ้นไปอีกในแบบที่เป็นรูปธรรมจากได้เข้าร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
มีงานวิจัยเรื่อง กิจกรรมการอ่านกับการป้องกันความเสื่อมถอยทางสติปัญญาระยะยาวในผู้สูงวัย ที่มีการเก็บข้อมูลระยะยาวถึง 14 ปี ตีพิมพ์ในปี 2020 พบว่า ผู้ใหญ่ที่ทำกิจกรรมกระตุ้นสมองเป็นประจำ เช่น การอ่าน จะมีอัตราการเสื่อมถอยทางด้านสติปัญญาช้ากว่าผู้ที่ไม่ได้ทำกิจกรรมอ่านหนังสืออย่างมีนัยสำคัญ
มีงานวิจัยขนาดใหญ่ซึ่งเผยแพร่ปีเดียวกันในวารสารวิชาการ JAMA Neurology พบว่า การอ่านและการเขียนตลอดช่วงชีวิตมีความเชื่อมโยงกับการเสื่อมถอยของความจำที่ช้าลง แม้ในกลุ่มคนที่สมองแสดงสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์แล้วก็ตาม
“เมื่ออ่านหนังสือ ผู้อ่านมักเข้าสู่สภาวะจิตที่จดจ่อแต่ผ่อนคลายไปพร้อมกัน สำหรับบางคน การอ่านถึงขั้นกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำสมาธิ และเช่นเดียวกับการทำสมาธิรูปแบบอื่นๆ ความสงบที่การอ่านมอบให้อาจช่วยลดผลกระทบจากความเครียดและยืดอายุขัยได้” ศาสตราจารย์เรย์มอนด์ กล่าว
ทั้งนี้ ความเครียด เป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญที่สุดของความแก่ชรา มีงานวิจัยพบว่า ความเครียดส่งผลให้มีการอักเสบเพิ่มขึ้น รบกวนการนอน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแย่ลง และส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
“การอ่านค่อยๆ ดึงระบบประสาทให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ช่วยกระตุ้นสมอง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ร่างกายได้พักผ่อน” ศาสตราจารย์เรย์มอนด์ กล่าว
ที่มา
Reading books can help you live longer—here's how