ปี 2025 เป็นปีที่น่าจะเรียกได้ว่าลัทธิ “Woke” หรืออุดมการณ์ในการ "เรียกร้องความยุติธรรมทางสังคมวัฒนธรรมแบบล้นเกิน" แทบจะตายสนิทกับการขึ้นมาของประธานาธิปดี Donald Trump รอบที่ 2 อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจที่จะตั้งคำถามก็คือ แล้วจริงๆ ก่อนหน้านี้ทำไมสังคมอเมริกันถึง Woke นักหนา ในระดับที่เกิดกระแสตีกลับจนทำให้ Trump ซึ่งมีจุดยืนต่อต้านสิ่งเหล่านี้มาตลอด ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีในที่สุด
คำตอบเร็วๆ ว่าทำไมคนอเมริกันมหาศาลถึงเกลียดสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่านโยบาย DEI (Diversity, Equity & Inclusion) ของรัฐบาลกลางที่เป็นข้อกำหนดให้การจ้างงานของทางรัฐบาลกลางต้อง "มีความหลากหลาย" ซึ่งหลายคนก็น่าจะรู้แล้วว่า Trump (และ Elon Musk) ได้ทำลายมาตรการนี้ทิ้งตั้งแต่วันแรกของการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2
ดังนั้น สิ่งที่น่าจะเห็นต่อไปก็คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางนั้น "หลากหลาย" น้อยลง แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างที่คนพูดถึงน้อยกว่าก็คือ เอาจริงๆ แล้ว "การผลิตสื่อ" ในอเมริกันอย่างภาพยนตร์และซีรีส์ นั้น แม้ว่าจะไม่ใช่กิจการของรัฐบาลกลาง แต่จริงๆ ก็ได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากนโยบาย "ความหลากหลาย" หรือ DEI ของรัฐบาลระดับรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาด้วย
หรือพูดง่ายๆ ความ Woke ที่เกิดในสังคมอเมริกา ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ หรือ "ใช้ภาษีประชาชน" ทำให้เกิดสื่อบันเทิงแนว Woke เหล่านี้ คนอเมริกันจำนวนมากเลยเกลียด และยินดีกับการมาถึงของ Trump ที่ยกเลิกการส่งเสริมเหล่านี้ อย่างน้อยๆ ก็ในระดับรัฐบาลกลาง
ตรงนี้ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ "ความหลากหลายของการจ้างงาน" จริงๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขที่ซีรีส์และภาพยนตร์ที่มีการผลิตในรัฐต่างๆ จะได้รับการ "ลดหย่อนภาษี" ในรูปแบบของ Tax Credit ซึ่งเป็นการลดหย่อนภาษีง่ายๆ ตรงๆ คือคิดจากภาษีที่ต้องจ่ายไป เรียกได้ว่าเป็นการลดหย่อนภาษีแบบตรงๆ ง่ายๆ และสิ่งที่บริษัทผลิตภาพยนตร์ต้องทำก็เพียงแต่ทำการ "จ้างงานหลากหลาย" ในกองถ่าย
พูดง่ายๆ ทุกครั้งที่เราเห็นความ Woke ในภาพยนตร์ นั่นคือภาษีที่รัฐจะเก็บได้น้อยลง เพราะรัฐมีมาตรการให้ภาพยนตร์ที่มีลักษณะเหล่านี้จ่ายภาษีน้อยกว่าภาพยนตร์ที่ไม่มี
ต้องเข้าใจก่อนว่าการ "ลดหย่อนภาษี" เพื่อกระตุ้นการให้มีการมาทำถ่ายทำภาพยนตร์ในแต่ละรัฐนั้น เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ในช่วงหลังๆ มันจะมี "โบนัส" สามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ถ้ามี "ความหลากหลาย" ตามเกณฑ์ ซึ่งทั่วๆ ไปก็คือ จะได้ลดหย่อนเพิ่มอีกประมาณ 2-5% ของการลดหย่อนเดิมซึ่งคือประมาณ 20-30%
ดังนั้น การลดหย่อนภาษีมันไม่น้อย และก็มีผู้สร้างภาพยนตร์ไม่น้อยยอมปรับทีมงานหรือกระทั่งบทภาพยนตร์เพื่อจะให้ได้การลดหย่อนภาษีที่ว่านี้
แล้วระบบนี้เริ่มจากไหน รวมๆ มันเริ่มมีการพูดคุยจากบ้านเกิดของฮอลลีวูดอย่างรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2018 ซึ่งปีนั้นเป็นปีแรกที่บังคับให้ภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งหลายที่ต้องการจะได้รับการลดหย่อนภาษีนั้นทำ "รายงานความหลากหลาย" ด้วย คือ บังคับกลายๆ ให้ "หลากหลาย" ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นระบบ "โบนัสลดหย่อนภาษี" แบบที่หลายๆ รัฐใช้ตามตอนหลัง หรือทำเกณฑ์แยกเลยว่า ถ้า "หลากหลาย" ไม่ว่าจะเป็นในระดับนักแสดงหรือทีมงานจะได้ลดหย่อนภาษีเพิ่ม
ระบบนี้เริ่มใช้จริงๆ ในแคลิฟอร์เนียในเดือนมกราคมปี 2022 มันไม่มีเกณฑ์ชัดๆ แค่ให้ทำรายงานเฉยๆ แต่มากลางปี 2023 ทางแคลิฟอร์เนียประกาศว่า ถ้าโปรเจคภาพยนตร์หรือซีรีส์ทำ "ความหลากหลาย" ไม่ได้ตามเกณฑ์ ก็จะเสียสิทธิ์ลดหย่อนภาษีไป 4% และเอาจริงๆ ระบบนี้ก็ไม่ได้แค่มีในแคลิฟอร์เนียหรือรัฐต่างๆ ในอเมริกาเท่านั้น อังกฤษก็มีระบบทำนองนี้
ระบบพวกนี้เข้มข้นมากช่วงปี 2022-2023 และก็ไม่แปลกที่ช่วงนี้โปรเจคภาพยนตร์มัน "หลากหลาย" สุดๆ เช่น ปี 2022 เราได้เป็นสาวลูกครึ่งไทย/อเมริกันพื้นเมืองสู้กับ "พรีเดเตอร์" ใน Prey และในปี 2023 เราได้เห็น "ความหลากหลาย" อีกหลายรูปแบบ เช่นหนังซุปเปอร์ฮีโร่หญิงล้วนที่คนนึงเป็นคนขาว คนนึงเป็นคนดำ อีกคนเป็นคนอินเดียใน The Marvels และปีนี้เราก็ได้คนดำเล่นเป็น "เงือกน้อย" ใน Little Mermaid หรือเอาจริงๆ หนัง Snow White ที่ "ฉาว" สุดในความ Woke จนต้องแก้หลายส่วนและเลือนมาฉายปี 2025 นั้นก็เริ่มถ่ายทำในปี 2023
นี่เป็นแค่บางส่วนที่น่าจะเด่นจนหลายๆ คนจำได้เท่านั้น จริงๆ ยังมีอีกมากมาย และประเด็นที่น่าสนใจก็คือจริงๆ ภาพยนตร์สไตล์ Woke พวกนี้แผ่วลงมาในปี 2024 ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็น่าจะเป็นเพราะในสังคมอเมริกัน เกิดกระแสต่อต้าน Woke ชัดเจนขึ้น จนเหล่าสตูดิโอเริ่มรู้สึกว่า "หลากหลาย" ไปเพื่อลดหย่อนภาษีไปไม่คุ้มกับรายได้ที่จะหายไปเพราะคนแอนตี้ ส่วนโปรเจคที่เริ่มถ่ายมาแล้วก็ต้องปล่อยเลยตามเลย (เช่น Snow White)
นั่นก็น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะกระแสต่อต้าน Woke ก่อตัวจนทำให้ Donald Trump ชนะเลือกตั้งในปลายปี และทำการกวาดล้างโครงการ "จ้างงานหลากหลาย" ของรัฐบาลกลางจนไม่เหลือซาก
แน่นอน ล่าสุดในรัฐที่ "ซ้าย" แล้วในสหรัฐอเมริกาอย่างแคลิฟอร์เนีย การพูดคุยเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีในการถ่ายทำภาพยนตร์ระลอกล่าสุดในมีนาคม 2025 ก็ไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นเรื่องเงื่อนไข "ความหลากหลาย" อีกแล้ว และนี่ก็น่าจะเป็นการแพ้แบบ "คาบ้าน" ของอุดมการณ์ความหลากหลายในอุตสาหกรรมบันเทิง
และก็แน่นอนอีก ในอนาคตต้นทศวรรษ 2020 ก็คงจะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในฐานะของยุคประหลาดๆ ที่ตัวแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูดมีความ "หลากหลาย" แบบผิดปกติ มันอาจถูกจดจำในฐานะภาพยนตร์แบบยุค DEI ที่เต็มไปด้วยการแคสติ้งให้คนรู้สึกว่ามีการ "ยัดเยียด" อย่างมีความผิดฝาผิดตัวทางชาติพันธุ์ ไม่ได้ต่างจากต้นทศวรรษ 1970 ที่คนจะจดจำว่าเป็นยุคของหนังคนดำแนว Blaxploitation
อ้างอิง
California lawmakers push Hollywood diversity through film tax credit
California Film Tax Credit Hits Snag Over Industry Diversity
Diversity Documents
30-35% TAX CREDIT, +2% or 4% DIVERSITY BONUS
California’s Film Tax Credit Aims to Punish Projects That Don’t Hit Diversity Goals
California Lawmakers Unveil Plans To “Modernize” Film & TV Tax Incentive Program Via Expanding Eligible Projects, Upping Credit To 35% In LA — Update