Skip to main content

 

นักวิจัยเผยผลการศึกษาใหม่ที่พบว่า ผู้ที่สามารถควบคุม 3 อย่างในชีวิตประจำวัน คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และการไม่สูบบุหรี่ อาจช่วยยืดระยะช่วงเวลาที่สมองยังคงมีสุขภาพดีได้ยาวนานขึ้นมากกว่า 10 ปี

มีงานศึกษาและคำเตือนจากแพทย์จำนวนมากที่ระบุว่า ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และการสูบบุหรี่ มีความเชื่อมโยงกับการเสื่อมถอยของสมอง ทั้งความสามารถในการคิดและการทำงานของสมอง แต่สิ่งที่นักวิจัยยังไม่ทราบชัดเจนนักคือ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่ออัตราการเกิดโรคสมองเสื่อมมากน้อยเพียงใด

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ในสหรัฐ จึงทำการติดตามผู้ไม่มีภาวะสมองเสื่อมเมื่ออายุ 55 ปี มากกว่า 12,000 คน โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับการประเมินว่า มีปัจจัยเสี่ยงทั้งข้างต้นหรือไม่ในตอนที่เริ่มต้นการศึกษา จากนั้นนักวิจัยติดตามพวกเขาเป็นเวลาเฉลี่ย 26 ปี เพื่อดูว่าผู้เข้าร่วมการวิจัยจะเป็นโรคสมองเสื่อมหรือไม่

งานวิจัยนี้เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Neurology โดยมีเป้าหมายเพื่อวัดว่า การจัดการปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ในวัยกลางคนส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวอย่างไร

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงทั้งความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และการสูบบุหรี่ในช่วงวัยกลางคน มีชีวิตอยู่โดยไม่เป็นโรคสมองเสื่อมได้นานกว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เกือบ 13 ปี

นักวิจัยพบด้วยว่า ผู้หญิงมีชีวิตอยู่โดยไม่เป็นโรคสมองเสื่อมได้นานกว่าผู้ชาย ขณะที่ผู้เข้าร่วมการศึกษาผิวขาวมีจำนวนปีที่ปลอดจากภาวะสมองเสื่อมมากกว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาผิวดำ

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ในปี 2021 มีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั่วโลก 57 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 10 ล้านคนในแต่ละปี

ดร.โจเซฟ โคเรช หัวหน้าคณะผู้วิจัยจากสถาบัน Optimal Aging มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก บอกว่า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ผู้คนจำเป็นต้องลงมือป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อย่างจริงจังในวัยกลางคน เพื่อรักษาสุขภาพสมองให้ดีต่อไปได้อีกกว่าหนึ่งทศวรรษ

ทางด้านทีมวิจัยย้ำว่า สิ่งที่ค้นพบแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสุขภาพกับความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม แต่อาจไม่ใช่หลักฐานที่พิสูจน์ว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเสื่อมถอยทางความคิดและการทำงานของสมองโดยตรง

ศาสตราจารย์ซาราห์ ฮาร์เปอร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า มีการประเมินว่า ในทางทฤษฎีแล้วโรคสมองเสื่อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก เกือบครึ่งหนึ่งอาจป้องกันหรือชะลอการเกิดได้ หากมีการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ตลอดช่วงชีวิต

“แม้ว่าปัจจัยทางพันธุกรรมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยเหล่านี้ทุกข้อ แต่ความดันโลหิตและโรคเบาหวานได้รับอิทธิพลอย่างมากจากพฤติกรรม โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย ส่วนการสูบบุหรี่เป็นทางเลือกในการใช้ชีวิต” ศาสตราจารย์ซาราห์กล่าว


ที่มา
Three simple changes in middle age could give you 13 more years without dementia, study suggests
 

 

↑