รายงาน “เศรษฐกิจสีชมพูของไทย ปี 2569” เผยพบ 20 สัญญาณการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่หนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสีชมพูของไทย และเสนอให้ผลักดันกรุงเทพมหานคร ก้าวขึ้นเป็น Pink Valley (พิงค์วัลเลย์) ภายในปี 2573
บริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CVI) เปิดตัวรายงานเศรษฐกิจสีชมพูของไทย ประจำปี 2569 Proof & Power: Thailand's Pink Economy 2026 ที่จัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจสีชมพูถึง 20 ข้อ และพบว่า เศรษฐกิจสีชมพูของไทยมี "กำลังคน-อุปสงค์-แรงหนุน" ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว
CVI ประเมินว่า ในปี 2568 กิจกรรมทางเศรษฐกิจไทยที่เชื่อมโยงกับชุมชนความหลากหลายทางเพศมีมูลค่าอยู่ที่ราว 10,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเข้าใกล้ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ตัวเลขนี้ครอบคลุมเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านโรงแรม คลินิก อีเวนต์ ร้านค้า และงานสร้างสรรค์อันเป็นผลจากชุมชนความหลากหลายทางเพศ ซึ่งโอกาสของผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงอยู่ที่การ "สร้างตัวเชื่อม" ที่โยงกิจกรรมเหล่านี้เข้ากับแหล่งทุน
CVI ระบุว่า ตลาดเศรษฐกิจสีชมพูของไทยขยับด้วย 3 จังหวะ โดยจำแนก 8 ภาคธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. กลุ่มแถวหน้า – สุขภาพ สุขภาวะ และประกันภัย / เทศกาลและการท่องเที่ยว / แฟชั่นและความงาม เป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุด เข้าถึงผู้ป่วย นักเดินทาง และผู้บริโภคโดยตรง โดยภาคสุขภาพก้าวหน้าไปไกลที่สุด
2. กลุ่มเติบโตเร็ว – บันเทิงและทรัพย์สินทางปัญญาเชิงสร้างสรรค์ / เศรษฐกิจกะเทย / เศรษฐกิจครีเอเตอร์ กำลังขยายตัวและต้องการกลไกหนุน ทั้งสัญญามาตรฐาน ระบบบันทึกค่าลิขสิทธิ์ และสิทธิที่คุ้มครองให้มูลค่าตกอยู่กับผู้สร้างสรรค์
3. กลุ่มฐานราก – สื่อและแพลตฟอร์ม / อีเอสจีและทรัพยากรบุคคล ทำหน้าที่ทำให้ชุมชนเป็นที่ประจักษ์ และกำหนดว่าองค์กรจะรับบุคลากรที่มีความหลากหลายทางเพศเข้าทำงาน โอบรับ และรักษาไว้อย่างไร เมื่อภาคธุรกิจเองก็กำลังกลายมาเป็นลูกค้า
นอกจากนี้ ในการสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานในหัวข้อ "Pink Politics" ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ทำงานในแวดวงการเมืองไทยหรือใกล้เคียง พบว่า ร้อยละ 97 สนับสนุนกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ และไม่คัดค้านหากประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีที่มีความหลากหลายทางเพศ
ขณะที่แบบสำรวจหัวข้อ "Pink Science" ที่สำรวจความเห็นจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยไทย พบว่าราว 3 ใน 4 เปิดเผยตัวตนในที่ทำงาน ผู้ตอบสามารถระบุชื่อ Alan Turing นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษที่มีความหลากหลายทางเพศ ในฐานะบิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ได้ และ ร้อยละ 90 รู้จัก Tim Cook ในฐานะผู้นำธุรกิจสายเทค แต่แทบไม่มีใครรู้จักนักวิทยาศาสตร์ที่ก่อตั้งบริษัทด้วยตนเองที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยร้อยละ 60 ตอบว่าไม่ได้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญาเลย และพวกเขายังมองไม่เห็นเส้นทางจากห้องปฏิบัติการสู่การก่อตั้งธุรกิจสักเท่าไหร่
CVI ระบุว่า กรุงเทพฯ ยังมีบุคลากรสร้างสรรค์ในแวดวงศิลปะแดร็ก คาบาเร่ต์ ซีรีส์ สไตลิสต์ และไนต์ไลฟ์ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีชุมชนความหลากหลายทางเพศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นที่ประจักษ์ เม็ดเงินไหลผ่าน 4 ช่องทางแล้ว ได้แก่ อีเวนต์ การดูแลและความงาม คอนเทนต์ อสังหาริมทรัพย์ แต่ทั้งสี่ยังไม่ได้หลอมรวมเป็นตลาดเดียวกัน และยังไม่มีการองค์กรใดประกาศตัวเป็นเจ้าภาพในนามเมืองอย่างชัดเจน รายงานฉบับนี้เรียกตำแหน่งที่ว่างอยู่นี้ว่า "พิงค์วัลเลย์" (Pink Valley) ที่ยังไม่มีเจ้าของ และการเชื่อมช่องทางเหล่านี้เข้าด้วยกันคือหนทางที่จะคว้าตำแหน่งนั้นไว้
ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI ชี้ว่า ประเทศไทยควรมีกองทุนสีชมพูที่จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ จะเป็นกลไกเปลี่ยนพรสวรรค์ของนวัตกรผู้มีความหลากหลายของไทยและสร้างอุปสงค์ในเศรษฐกิจสีชมพูให้กลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตได้จริง
"กองทุนนี้จะพานักวิทยาศาสตร์ของเราข้ามจากห้องปฏิบัตการ สู่การเป็น Pink Tech และมอบทุนตั้งต้นให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เมื่อผู้นำทางการเมืองมองว่า สิทธิและความเจริญทางเศรษฐกิจเป็นวาระเดียวกันกับ ทุน งานวิจัย และนโยบายจะขับเคลื่อนไปพร้อมกัน และนั่นคือเส้นทางที่กรุงเทพฯ จะกลายเป็นพิงค์วัลเลย์ภายในปี 2573 เมืองที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เศรษฐกิจสร้างได้ 'ด้วย' ความหลากหลาย ไม่ใช่ 'มี' ความหลากหลายเป็นอุปสรรค" ดร. พันธุ์อาจ ระบุ
ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง CVI กล่าวว่า ทุกภาคส่วนในระบบนิเวศสีชมพูต่างเดินหน้าด้วยความเร็วของตัวเอง ภาคสุขภาพนำหน้าไปไกลแล้ว ภาคบันเทิงและครีเอเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนสื่อ ESG และงานบุคคลกำลังปูรากฐานให้ภาคอื่นยืน
“หน้าที่ของเราคือ ชี้ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเห็นว่าแต่ละภาคสร้างอะไรได้ตรงไหน แล้วพาทุน งานวิจัย และนโยบายมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน เพื่อให้แต่ละฝ่ายดึงกันและกันไปข้างหน้า" ธนะชัย กล่าว