Skip to main content

 

เดฟ เบนสโคเตอร์ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ หรือ FBI ใช้เวลาหลังเกษียณ ตามหา “แอปเปิลที่หายสาบสูญ” ไปแผ่นดินอเมริกาเหนือ จากที่เคยมีความหลากหลายของพันธุ์แอปเปิลในช่วงต้นทศวรรษ 1920 ถึงกว่า 17,000 สายพันธุ์ จนปัจจุบันมีเหลืออยู่เพียงจำนวนหลักพัน

หลังทำงานที่ FBI มา 24 ปี เดฟ เกษียณอายุ ในปี 2011 เขาเริ่มมองหาวิธีใช้เวลาหลังเกษียณกับบางสิ่งที่เขาสนใจ ซึ่งเกิดขึ้นโดยบังเอิญจากการที่สมาชิกโบสถ์ขอให้เขาช่วยปีนบันไดขึ้นไปเก็บผลแอปเปิลให้

นับแต่วันนั้นมา เดฟ เริ่มหมกมุ่นกับการค้นหาต้นแอปเปิลที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากแถบตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ โดยแกะรอยตามหาจากทั้งงานศึกษาด้านธรรมชาติ ตำรับอาหารของครอบครัว และหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าแก่ที่รายงานข่าวงานแสดงสินค้าประจำเขต

เดฟบอกว่า ถ้าย้อนกลับไปประมาณปี 1920 ตอนนั้นมีแอปเปิลอยู่ประมาณ 17,000 พันธุ์ และส่วนใหญ่เป็นพันธุ์เก่าแก่ที่มีมาก่อนนานมาแล้ว ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยแอปเปิลเชิงพาณิชย์จนค่อยๆ สูญหายไป

“ปัจจุบันเรามีแอปเปิลที่รู้จักและยังคงมีอยู่ประมาณ 4,500 สายพันธุ์เท่านั้น ดังนั้นยังมีอีกมากที่เรากำลังตามหา” เดฟ กล่าว

ในปี 2012 เดฟ และเพื่อนสนิทของเขา แบรนท์ ร่วมกันก่อตั้งองค์กรไม่แสวงกำไรชื่อ Lost Apple Project ขึ้น ทั้งสองออกตามหาพันธุ์แอปเปิลหายากพื้นที่ทางตะวันออกของรัฐวอชิงตัน ทางตะวันตกของรัฐไอดาโฮ และทางตอนเหนือของรัฐโอเรกอน และเก็บตัวอย่างผลแอปเปิลเพื่อนำไปจำแนกพันธุ์ จากนั้นทำการตัดกิ่งมาทาบเพื่อขยายพันธุ์ และปลูกแอปเปิลที่กำลังสาบสูญให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

ต่อมา เขาร่วมมือกับเพื่อนเก่าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจำแนกพันธุ์แอปเปิล ในการช่วยวิเคราะห์ดีเอ็นเอของแอปเปิลเหล่านั้น

เดฟเล่าว่า 12 ปีก่อน ช่วงที่เขาเริ่มสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เป็นช่วงพอดีกับที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐ กำลังทยอยนำภาพวาดสีน้ำของแอปเปิลจำนวน 3,800 ภาพ ที่วาดไว้ตั้งแต่ราวปี 1880 จนถึงราวปี 1920 มาเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต และเปิดดาวน์โหลดได้

เดฟบอกว่า จากการสืบค้นและออกตามหา เขาพบว่ามีแอปเปิลประมาณ 1,600 พันธุ์ ที่เคยปลูกอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ โดยในจำนวนนี้ มีประมาณ 250 พันธุ์ที่เคยได้รับการส่งเสริมให้ปลูกอย่างแพร่หลาย เขาบอกว่า น่าจะยังมีอีกประมาณ 30-40 พันธุ์ที่เขาและเพื่อนมีโอกาสค้นพบ หากว่าต้นแอปเปิลเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่

เดฟเล่าว่า มีครังหนึ่งระหว่างที่ขับรถผ่านเมือง Colfax เขาพบต้นแอปเปิลต้นหนึ่งโน้มกิ่งลงมาเหนือบริเวณจอดรถ และเป็นแอปเปิลที่หน้าตาประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ผลของมันเป็นแอปเปิลสีส้ม และดูเหมือนมีมุมเป็นเหลี่ยมๆ จนเขาคิดว่า “แอปเปิลอะไรช่างหน้าตาประหลาดขนาดนี้”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดฟและแบรนท์ พบแอปเปิลพันธุ์แปลกๆ มากมาย จากปีแรกเขาพบเพียงแอปเปิลพันธุ์ Fall Jenneting ถึงตอนนี้ทั้งสองพบแอปเปิลที่เคยสูญหายไปแล้วถึง 30 พันธุ์ เช่น Streaked Pippin, Sary Sinap, Kittageskee และ Nero

“แอปเปิลส่วนใหญ่จะสุกในเดือนตุลาคม เมื่อคุณเข้าไปในสวน คุณจะเห็นภาพเหมือนต้นคริสต์มาส ต้นหนึ่งมีแอปเปิลสีแดงทั้งต้น อีกต้นเป็นแอปเปิลสีส้ม อีกต้นเป็นสีเหลือง บางต้นมีลาย” เดฟกล่าว

ส่วนรสชาตินั้น เดฟบอกว่า แอปเปิลแต่ละต้นที่ต่างสายพันธุ์กันมีรสชาติที่ไม่เหมือนกันเลย

“แล้วพอกัดเข้าไป ก็แบบว่า...ใช่เลย มันน่าทึ่งมาก รสชาติแตกต่างกันไปจริงๆ ใช่ มันเจ๋งมาก” เดฟบอก

เดฟบอกว่า สิ่งที่เขากังวลมากและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นแอปเปิลโบราณตาย คือ สภาพอากาศที่แห้งแล้ง ซึ่งทำให้ต้นแอปเปิลที่เก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่มีอายุเกือบ 200 ปีต้องตายไป

เดฟบอกว่า สามารถกินแอปเปิลสดได้ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่มีแอปเปิลบางพันธุ์ที่สุกในเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปตากแห้ง ทำซอสแอปเปิล หรือใช้ทำขนมอบ ส่วนแอปเปิลพันธุ์ Ben Davis ที่ผลสุกในเดือนตุลาคม สามารถเก็บไว้ในห้องเก็บของใต้ดินและจะยังคงความสดไปได้จนถึงเดือนเมษายน หรือบางครั้งถึงเดือนพฤษภาคม ในแบบที่ไม่มีผลไม้ชนิดอื่นที่ทำแบบนั้นได้


ที่มา
A retired FBI agent has spent 20-plus years tracking down 100-year-old apple trees to save them from extinction
Solving the Mystery of the Lost Apples with Garden Futurist David Benscoter
 

 

↑