Skip to main content

 

ในประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมาก การต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชน มักถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากผู้ที่ถืออำนาจรัฐ ซึ่งมักเป็นรัฐบาลเผด็จการที่ครองอำนาจจากปลายกระบอกปืน เกาหลีใต้ ในยุคทศวรรษที่ 1980 ก็เช่นกัน เกิดเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง และนำมาสู่ความบอบช้ำทางจิตใจที่เป็นเหตุของการฆ่าตัวตายที่พุ่งสูงขึ้นในทศวรรษต่อมา

ต้นเดือนกรกฎาคม ปี 2024 เกาหลีใต้มีพิธีเปิดดำเนินการ “ศูนย์เยียวยาบาดแผลทางจิตใจระดับชาติ” ที่เมืองควังจู เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงโดยรัฐ จากเหตุการณ์นองเลือดในการปราบปรามนักศึกษาและประชาชนที่ลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตยในเดือนพฤษภาคมปี 1980 หรือเหตุการณ์ 5.18 ซึ่งมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและเสียชีวิตหลายร้อยคน

ชันโฮ คิม อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริหาร โครงการนำร่องศูนย์เยียวยาบาดแผลจากความรุนแรงของรัฐ เมืองควังจู ให้สัมภาษณ์กับ The Opener ในช่วงเริ่มต้นถึงที่มาของการจัดตั้งศูนย์ โดยระบุว่า ในช่วงทศวรรษที่ 1990 อัตราการฆ่าตัวตายในเกาหลีใต้พุ่งสูงขึ้นมากผิดปรกติ และพื้นที่ที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุด อยู่ที่ภาคใต้ของประเทศ และที่เมืองควังจู ปรากฏการณ์นี้จึงนำไปสู่การศึกษาถึงสาเหตุของการฆ่าตัวตายที่สูงผิดปรกตินี้

การศึกษาพบว่า สาเหตุการฆ่าตัวตายที่สูงมาก เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตจากภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต และกระทบต่อความสามารถในการประกอบอาชีพ เมื่อศึกษาลึกลงไปจึงพบว่า กลุ่มคนเหล่านี้จำนวนมาก คือ ผู้ที่ผ่านประสบการณ์การใช้ความรุนแรงจากรัฐในเหตุการณ์ลุกฮือเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 1980 จึงนำมาสู่โครงการจัดตั้งศูนย์เยียวยาบาดแผลจากความรุนแรงของรัฐที่เมืองควังจู ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้

ชันโฮเล่าว่า ในตอนเริ่มต้น มีความยากลำบากมากในการทำให้ผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงยอมรับว่า พวกเขาเป็นผู้ที่ถูกกระทำ หลายคนมีบาดแผลที่ร่างกาย และจำนวนมากมีบาดแผลทางใจ ซึ่งต้องใช้กระบวนการในการคลี่คลายสภาพจิตใจหลายเดือน จนในที่สุดก็ได้รับการบอกเล่าถึงผลกระทบที่เกิดจากการปราบปรามอย่างรุนแรงของรัฐในเหตุการณ์ครั้งนั้น

ในกระบวนการเยียวยา มีผู้ที่ได้รับผลกระทบทยอยเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากการพุดคุยกับจิตแพทย์แล้ว โครงการนำร่องยังมีกิจกรรมหลายอย่างในช่วยเยียวยาบาดแผลจากความรุนแรง เช่น การฟื้นฟูการบาดเจ็บและสุขภาพ กิจกรรมเดินป่า การถ่ายภาพเพื่อบอกเล่าความรู้สึก การวาดภาพ ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด การบำบัดกลุ่ม และอื่นๆ  

ยองจู คัง ผู้บริหารศูนย์เยียวยาบาดแผลระดับชาติ เป็นหนึ่งในผู้ที่เผชิญการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามโดยรัฐในเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาเคยร่วมเป็นหน่วยพิทักษ์ประชาชนที่ตั้งขึ้นระหว่างการเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองควังจูเมื่อเดือนพฤษภาคม 1980 เขาเล่าผ่านสื่อของเกาหลีใต้ว่า ติดหล่มและไม่สามารถก้าวข้ามบาดแผลจากเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคมอยู่เป็นเวลานานมาก

“ผมเห็นคนถูกทหารใช้ดาบปลายปืนแทงจนเสียชีวิต และในฐานะผู้รอดชีวิต ผมต้องทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิดว่าตัวเองติดหนี้บุญคุณคนเหล่านั้น ผมทุกข์ทรมานอย่างหนักจนต้องลาออกจากโรงเรียนมัธยม” ยองจูกล่าว

หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 1980 เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในวัดพุทธแห่งหนึ่งในจังหวัดชอลลาใต้ และกลับไปเรียนในปีต่อมา แต่การปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนก็ไม่ง่ายนัก เขาทุ่มเทให้กับการเรียน โดยคิดถึงแต่ความเสียสละของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม จนในที่สุดก็สามารถเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์

ช่วงเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เขาอุทิศตัวให้กับขบวนการนักศึกษาในการต่อสู้กับระบบเผด็จการทหาร จนในปี 1985 เขาถูกจับกุมและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต จากข้อหาร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายสายลับเกาหลีเหนือ และต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำนานถึง 14 ปี

หลังเข้าร่วมกับองค์กร The Power of Truth ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยผู้ที่เป็นเหยื่อจากการทรมานโดยรัฐ ความคิดของจึงเปลี่ยนไป

“หากต้องการสะสางอดีตในยุคเผด็จการทหาร การเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของผู้ได้รับผลกระทบควรเกิดขึ้นก่อนการชดเชย หรือการจัดงานรำลึกให้แก่ผู้ที่ได้รับความรุนแรงจากรัฐ” ยองจู กล่าว

หลังจากนั้น เขาเริ่มเรียกร้องให้มีการเยียวยาหลังจากพบว่า บาดแผลจากความรุนแรงโดยรัฐ ฝากไว้กับผู้ที่เป็นเหยื่อและกระทบไปถึงครอบครัว ซึ่งตัวเขาเองเป็นหนึ่งในนั้นที่ความทรมานจากความรุนแรงไม่ได้เลือนหายไปเลย แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปี

ยองจูบอกว่า ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เช่น ความรู้สึกว่ามีคนคอยจับตามอง ฝันร้าย หรือความคิดและแรงกระตุ้นในการฆ่าตัวตาย คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งการบำบัดด้านจิตใจและสวัสดิการสังคม

วันที่ 1 กรกฎาคม 2024 โก กีดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น เดินทางมาเปิดศูนย์เยียวยาบาดแผลระดับชาติที่ควังจู โดยในวันเดียวกันนั้น ทางศูนย์ได้เปิดสาขาภูมิภาคบนเกาะเชจู เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนที่ลุกฮือต่อต้านการปกครองที่นำโดยกองทัพสหรัฐในช่วงทศวรรษ 1940 การสังหารหมู่ครั้งนั้นมีประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 14,000 คน

ศูนย์เยียวยาบาดแผลระดับชาติ เมืองควังจู มีบุคลากรที่คอยให้บริการดูแลและบำบัดด้านจิตใจ ให้คำปรึกษา รวมถึงมีโครงการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของรัฐในประเทศ ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของกลุ่มต่อต้านรัฐและการก่อการร้ายระหว่างประเทศ รวมถึงครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบด้วย

นอกจากนี้ ยังให้คำปรึกษาด้านสวัสดิการสังคมและกฎหมาย รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่ช่วยให้สังคมเข้าใจและสนับสนุนผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานจากผลกระทบของเหตุการณ์เหล่านี้

ยองจูบอกว่า เขาหวังว่ารัฐบาลจะเป็นผู้นำในการเยียวยาบาดแผลของผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงโดยรัฐ และด้วยสิ่งนี้จึงจะสามารถก้าวเข้าใกล้การสะสางอดีตของประเทศมากขึ้น และหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ความรุนแรงโดยรัฐต่อประชาชนเกิดขึ้นซ้ำอีก


ที่มา
Trauma treatment center opens in Gwangju for victims of state violence
A Trauma Center for Victims of May 18 Uprising Will Open
Rehabilitation Therapies for Trauma Sufferers
 

 

↑