ร้าน “อิซากายะ” หนึ่งในวัฒนธรรมการกินดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น กำลังทยอยหายไปจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ หลังจากต้นทุนวัตถุดิบ และค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ทางร้านไม่สามารถปรับขึ้นราคาอาหารได้มากพอที่จะทำให้ร้านขนาดเล็กอยู่รอดได้
Tokyo Shoko Research (TSR) บริษัทวิจัยสินเชื่อของญี่ปุ่น ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีผู้ประกอบการร้านอิซากายะ ยื่นเรื่องขอล้มละลายรวม 118 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดสำหรับช่วงเดือนครึ่งแรกของปี นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติในปี 1989
บริษัทระบุว่า มากกว่าร้อยละ 90 ของกิจการร้านอิซากายะ ที่ล้มละลายเป็นธุรกิจขนาดเล็ก มีพนักงานไม่ถึง 10 คน และคาดการณ์ว่า จำนวนร้านอิซากายะที่ล้มละลายตลอดปี 2026 อาจทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สาเหตุที่ให้ธุรกิจร้านอาหารแบบอิซากายะไม่สามารถไปต่อได้ คือ ต้นทุนทั้งหลายที่เพิ่มสูงขึ้นพร้อมๆ กัน ทั้งวัตถุดิบอาหาร และค่าสาธารณูปโภค และค่าเช่าที่ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นในเวลาเดียวกัน ขณะที่การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถปรับขึ้นราคาอาหารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากนัก เพราะเกรงว่าจะสูญเสียลูกค้า
“สาเหตุสำคัญที่สุดของการล้มละลาย คือการที่ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้มากพอ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง” โกโต เคนจิ ผู้จัดการ TSR ระบุ
มัตสึบาระ คาซูโนริ เจ้าของร้านอิซากายะขนาดเล็ก ประมาณ 20 ที่นั่งในกรุงโตเกียว บอกว่า เพื่อลดภาระต้นทุน เขาจำเป็นต้องลดจำนวนเมนูลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง และปรับราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 50 เยนทุก 6 เดือน แต่ทว่า ราคาขายส่งปลาโอแห้งที่ใช้ในเมนูขึ้นชื่อของร้าน กลับมีราคาเพิ่มขึ้นถึง 3–4 เท่าตัวในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถ้าจะขึ้นราคาอาหารมากไปมากกว่านี้ ก็อาจจะทำให้ลูกค้าหายไป
นอกจากนี้ มาตรการลดภาษีบริโภคสินค้าประเภทอาหารของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่จะเริ่มต้นในเดือนเมษายนปีหน้า อาจส่งผลกระทบซ้ำเติมธุรกิจร้านอิซากายะด้วย
การลดอัตราภาษีบริโภคสำหรับอาหารจากร้อยละ 8 ในปัจจุบัน เหลือร้อยละ 1 เป็นเวลา 2 ปี อาจทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะปรับพฤติกรรม เปลี่ยนไปซื้ออาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มจากซูเปอร์มาร์เก็ตกลับไปดื่มกินที่บ้าน แทนการออกไปกินอาหารที่ร้านอิซากายะตามปรกติ ซึ่งโกโตบอกว่า เมื่อพฤติกรรมการดื่มที่บ้านฝังรากแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิม
นอกจากนี้ การแข่งขันที่ดุเดือดจากร้านอาหารที่มีสาขาจำนวนมากและธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ด ยังจะซ้ำเติมให้ธุรกิจร้านอิซากายะหดตัวลง
บริษัทวิจัยตลาด Fuji Keizai Group คาดการณ์ว่า ในปี 2035 ตลาดร้านอิซากายะและร้านอาหารที่ใช้การย่างด้วยเตาถ่านจะหดตัวเหลือ 1.1 ล้านล้านเยนซึ่งเป็นการลดลงถึงร้อยละ 31 จากปี 2019ขณะเดียวกัน ตลาดฟาสต์ฟู้ด ซึ่งรวมถึงร้านแฮมเบอร์เกอร์ ราเม็ง และซูชิสายพาน คาดว่าจะเติบโตถึงร้อยละ 58 และมีมูลค่าแตะ 5.1 ล้านล้านเยน
มิวะ ไดสุเกะ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมร้านอาหารบอกว่า ปัจจุบันผู้บริโภคกำลังมองหาร้านอาหารที่มีเมนูขึ้นชื่อ สาเกท้องถิ่น รวมถึงบรรยากาศและบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แนวทางใหม่ของธุรกิจร้านอิซากายะเพื่อความอยู่รอด จะต้องการเน้นเอกลักษณ์และประสบการณ์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาและทำเลที่ใกล้สถานีรถไฟเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา
ที่มา
Rising costs and home drinking drive record izakaya bankruptcies in Japan