ฝรั่งเศส เผชิญคลื่นความร้อนยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 80 ปี โดยมีจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดมากเป็นประวัติการณ์นับจากปี 1947 และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,300 ราย ระหว่างที่เกิดคลื่นความร้อนของปีนี้
นับจากกลางเดือนมิถุนายน ฝรั่งเศสเผชิญกับคลื่นความร้อนแล้ว 3 ระลอกติดต่อกัน ระลอกแรกในเดือนมิถุนายน นาน 14 วัน ระลอกสองในเดือนกรกฎาคม นาน 16 วัน และระลอกสาม ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และกินเวลานานถึง 22 วัน รวมทั้งสิ้น 52 วันซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด และจนถึงวันที่ 18 สิงหาคม ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า คลื่นความร้อนระลอกที่สามได้สิ้นสุดลง
หน่วยงานด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศส เผยว่า ในช่วงที่อุณหภูมิสูงผิดปกติปีนี้ มียอดรวมผู้เสียชีวิตมากกว่าปกติสูงถึง 7,307 ราย โดยเกือบ 3 ใน 4 ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ที่มีอายุเกินกว่า 75 ปี
หน่วยงานด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศส ระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดว่า สาเหตุการเสียชีวิตของคนจำนวนมากนี้ เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดโดยตรง
ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศส เผยว่า จำนวนวันที่เกิดคลื่นความร้อนในปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก ในปี 2022 ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นความร้อนรวม 33 วัน ขณะที่ในปี 2003 ที่อากาศร้อนรุนแรงที่สุดและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 15,000 ราย เกิดคลื่นความร้อนรวม 22 วัน ทำให้ในปี 2026ฝรั่งเศสมีจำนวนวันที่เกิดคลื่นความร้อนมากกว่าทุกปีนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1947
อุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศส เผยว่า นับตั้งแต่คลื่นความร้อนระลอกแรกเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ฝรั่งเศสมีช่วงที่อากาศคลายร้อนลงเพียง 2 ช่วง โดยช่วงแรกนาน 3 วัน และอีกช่วงนาน 8 วัน
ข้อมูลระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของคลื่นความร้อนทั้ง 54 ครั้งที่ฝรั่งเศสเผชิญนับตั้งแต่ปี 1947 เกิดขึ้นในช่วงหลังปี 2010
นอกจากฝรั่งเศสแล้ว หลายประเทศในยุโรปตะวันตกต่างเผชิญร้อนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา และมีคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ส่งผลให้เกิดภัยแล้งเป็นวงกว้างและเกิดไฟป่ารุนแรง ซึ่งเป็นผลจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เร่งให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
ที่มา
France measures more than 7,300 excess deaths – and counting – during historic heatwaves