ปัจจุบัน ปัจจัยที่ดึงดูดคนมีความสามารถ หรือ “คนเก่ง” ให้มาทำงานด้วย อาจไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อเสียงของบริษัท ค่าตอบแทน สวัสดิการ หรือเรื่องการบริหารงานและวัฒนธรรมองค์กรเท่านั้น เรื่องสถานที่ตั้ง หรือเมืองที่บริษัทตั้งอยู่ ก็เป็นปัจจัยหรือข้อได้เปรียบในการดึงดูดคนเก่งให้มาทำงานด้วยเช่นกัน
ในสมรภูมิแย่งชิงบุคลากรที่มีความสามารถทุกวันนี้ สถานที่ตั้งของบริษัท พื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ และคุณภาพชีวิตของคนในเมืองนั้นๆ กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยดึงดูดและรักษาคนเก่งที่องค์กรต้องการไว้ได้ในระยะยาว
เมืองที่มีทั้งย่านธุรกิจ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ มหาวิทยาลัย และสถานที่ทางวัฒนธรรมครบครัน อาจไม่ได้ทำให้ผู้คนมีความสุขมากที่สุด หากเมืองนั้นแออัด ค่าครองชีพสูง มีความยากลำบากในการเดินทาง และชีวิตเต็มไปความเครียด
สิ่งที่ผู้คนยุคปัจจุบัน ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่ใช่เพียงแค่ว่า เมืองนั้นๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง สิ่งที่คนให้ความสำคัญยิ่งกว่า คือ ประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือที่เรียกว่า แต้มต่อด้านประสบการณ์ชีวิต หรือ experience dividend หมายถึง ข้อได้เปรียบที่จากการตั้งอยู่ในเมืองที่มอบประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่ดีกว่าให้กับคนทำงาน ซึ่งอาจไม่ใช่มหานครอย่างลอนดอน ปารีส หรือโตเกียว
Boston Consulting Group บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการจัดการ ทำการสำรวจคนทำงานเกือบ 17,000 คนของ 80 เมืองใน 5 ทวีป ถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและประสบการณ์ของผู้คนในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ว่ามีผลต่อระดับความสุข ความพึงพอใจ รวมถึงความรู้สึกผูกพันต่อเมืองที่อาศัยอยู่และสถานที่ทำงานที่ทำงานอยู่อย่างไร
การสำรวจพบว่า เมืองที่มีสถานที่และกิจกรรมต่างๆ หนาแน่นที่สุด ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจได้มากที่สุดให้กับผู้อยู่อาศัย การสำรวจพบว่า ความหนาแน่นของสถานที่และกิจกรรมเพื่อการใช้ชีวิตและความบันเทิง เช่น บาร์ ร้านอาหาร คอนเสิร์ต และพิพิธภัณฑ์ มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับความพึงพอใจในการทำงาน
เมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด จึงอาจไม่ใช่เมืองที่คนทำงานมีความสุขที่สุด หรือมีแนวโน้มตัดสินใจที่จะอยู่ต่อมากที่สุด การสำรวจพบว่า สิ่งที่เพิ่มระดับความพึงพอใจให้ผู้อยู่อาศัย คือ ความรู้สึกว่า เมืองของพวกเขากำลังดีขึ้น หรือทิศทางที่เมืองกำลังมุ่งไป เมืองเหล่านี้ เช่น ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บังกาลอร์ ในอินเดีย, กัวลาลัมเปอร์ ในมาเลเซีย หรือริยาด ในซาอุดีอาระเบีย และบากู ในอาเซอร์ไบจาน
ผลสำรวจพบว่า เมืองที่ผู้อยู่อาศัยรูสึกพึงพอใจกับประสบการณ์ใช้ชีวิต ร้อยละ 78 ของคนทำงานระบุว่า ชอบงานของตัวเอง ขณะที่เมืองซึ่งผู้คนไม่พึงพอใจกับประสบการณ์การใช้ชีวิต พบว่า มีเพียงร้อยละ 48 ของคนทำงานที่บอกว่า ชอบงานที่ทำอยู่
การสำรวจพบด้วยว่า ผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในเมือง ในระดับที่เกือบเทียบเท่ากับโอกาสทางเศรษฐกิจ และคนทำงานในเมืองที่มีประสบการณ์ชีวิตที่ดี มีแนวโน้มที่จะอยู่ในเมืองนั้นต่อไป
ขณะเดียวกัน ก็พบด้วยว่า ประสบการณ์ในชีวิตประจำวันมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นบุคลากรที่บริษัทต่างๆ ต้องการและแข่งขันกันแย่งตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
การสำรวจพบว่า การย้ายไปอยู่ในเมืองที่มอบประสบการณ์ชีวิตดีกว่า ส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงานในระดับใกล้เคียงกับการขยับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มรายได้ที่สูงขึ้นอีกหนึ่งระดับ
เมืองและประสบการณ์ที่เมืองมอบให้ จึงกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง คุณภาพของประสบการณ์ชีวิตในเมือง และทิศทางการพัฒนาที่ดีขึ้นของเมือง เมืองที่กำลังเติบโตและพัฒนาไปข้างหน้า รองรับชีวิตประจำวันมีความหลากหลาย เชื่อมโยง เปิดกว้าง และเต็มไปด้วยโอกาสและความเป็นไปได้ จะกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะเป็นสถานที่ที่คนเก่งต้องการมาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในระยะยาว
ประสบการณ์ที่ดีที่เมืองมอบให้ คือ สิ่งที่ช่วยรักษาคนเก่งให้อยู่ในเมืองนั้นได้นาน การที่เมืองเป็นฐานของบุคลากรที่มากความสามารถมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จะเป็นปัจจัยที่ดึงดูดบริษัท การลงทุน และเงินทุนเข้ามาในท้ายที่สุด
ที่มา
The ‘experience dividend’: How a location can bolster job satisfaction