Skip to main content

 

“อาการปวดจากเส้นเอ็น” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ใช้ร่างกายซ้ำๆ ผู้ที่ต้องยกของเป็นประจำ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมของร่างกายตามวัย มีความเสี่ยงเกิดภาวะเอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม หรือเอ็นฉีกได้

นพ.วสพล ศุภกิจจานุสันติ์ แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาลเอส อธิบายว่า เส้นเอ็น (Tendon) เป็นเนื้อเยื่อสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูก ช่วยถ่ายทอดแรงเพื่อให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ยกของ หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเส้นเอ็นถูกใช้งานหนัก หรือใช้งานซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกระชากแบบเฉียบพลัน อาจนำไปสู่การบาดเจ็บได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่เอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม ไปจนถึงเอ็นฉีกขาด ซึ่งแต่ละภาวะมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน

สำหรับ “เอ็นอักเสบ” หรือ Tendinitis นพ.วสพล อธิบายว่า มักเกิดจากการใช้งานเส้นเอ็นซ้ำๆ จนเกิดการระคายเคืองและอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดขณะใช้งาน กดเจ็บ รู้สึกตึงหรือฝืดบริเวณข้อ โดยอาการมักดีขึ้นเมื่อได้หยุดพัก แต่จะกลับมาเป็นซ้ำเมื่อมีการใช้งานต่อเนื่อง

ขณะที่อาการ “เอ็นเสื่อม” หรือ Tendinopathy เป็นภาวะที่เกิดจากการบาดเจ็บสะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้โครงสร้างภายในของเส้นเอ็นเปลี่ยนแปลงและอ่อนแอลง ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเรื้อรังหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยจะเจ็บมากในช่วงเริ่มขยับร่างกายหลังพัก และมีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของเส้นเอ็นเพิ่มขึ้น

ส่วนอาการ “เอ็นฉีก” หรือ Tendon Tear เกิดจากแรงดึงหรือแรงกระชากที่รุนแรงเกินกว่าที่เส้นเอ็นจะรับได้ ส่งผลให้เกิดการฉีกขาดบางส่วนหรือทั้งหมด ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเฉียบพลันทันทีหลังบาดเจ็บ อาจมีเสียงดังผิดปกติร่วมกับอาการบวม ช้ำ และไม่สามารถใช้งานอวัยวะส่วนนั้นได้ตามปกติ

นพ.วสพล ระบุว่า ปัญหาเส้นเอ็นที่มักพบได้บ่อยในนักกีฬานั้น ในปัจจุบันกลับพบผู้ป่วยในกลุ่มคนทำงานและประชาชนทั่วไปเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์และเมาส์เป็นเวลานาน แม่บ้าน ผู้ใช้แรงงาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก รวมถึงกลุ่มที่ออกกำลังกายเฉพาะวันหยุดหรือกลับมาออกกำลังกายหนักหลังหยุดพักเป็นเวลานาน

ตำแหน่งที่พบการบาดเจ็บของเส้นเอ็นได้บ่อย ได้แก่ เอ็นร้อยหวาย เอ็นหัวไหล่ เอ็นข้อศอก เอ็นรอบหัวเข่า และเอ็นข้อเท้า ซึ่งล้วนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวัน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

นพ.วสพลระบุว่า หากมีอาการปวดเส้นเอ็นต่อเนื่องนานกว่า 1-2 สัปดาห์ ปวดซ้ำหลังใช้งาน มีอาการบวม ช้ำ ขยับข้อได้ลดลง หรือรู้สึกข้อไม่มั่นคง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เนื่องจากอาการเอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม และเอ็นฉีกบางส่วนอาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ต้องใช้แนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

การวินิจฉัยจะอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือ MRI เพื่อประเมินความเสียหายของเส้นเอ็นและโครงสร้างโดยรอบ ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตามระดับความรุนแรงของโรค