ทีมนักวิจัยจากเกาะอังกฤษ พบว่า วิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน ซึ่งมักถูกมองข้าม อย่างการเลือกเดินขึ้นบันไดแทนการใช้บันไดเลื่อนหรือลิฟต์ หากทำเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้เกือบร้อยละ 40
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Cardiovascular Drugs เป็นผลงานของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ร่วมกับนักวิจัยจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนอร์ฟอล์คแอนด์นอริช ทำการทบทวนงานวิจัย 5 ชิ้นที่ศึกษาข้อมูลจากผู้คนมากกว่า 450,000 คน
งานวิจัยพบว่า การเดินขึ้นบันได มีความสัมพันธ์กับการลดลงของอัตราการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว และภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยพบว่า คนที่เดินขึ้นบันไดเป็นประจำ มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงถึงร้อยละ 39 รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลงร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับคนที่ใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อน
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่อยู่ในการศึกษาครั้งนี้ระบุว่า การเดินขึ้นบันไดประมาณ 60 ขั้น ก็ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้
ดร.โซฟี แพดด็อก จากโรงเรียนแพทย์นอริช มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย บอกว่า การเดินขึ้นบันไดเป็นสิ่งที่เราสามารถสอดแทรกเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือนอกบ้าน จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก หรือเข้าถึงสถานที่ออกกำลังกายได้ไม่สะดวก
ศาสตราจารย์ วาสซิลิออส วาสซิลิอู จากโรงเรียนแพทย์นอริช มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับจากปี 1990 ถึง 2019 ซึ่งสาเหตุของโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ ด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี การมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ ไม่สูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม รวมถึงการควบคุมความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล
ขณะที่ ดร.โซฟี บอกว่า การเคลื่อนไหวร่างกายเพียงช่วงสั้นๆ นั้นส่งผลดีต่อสุขภาพ และการแบ่งเวลาให้กับการเดินขึ้นบันได ก็น่าจะเป็นเป้าหมายที่ทำได้จริงสำหรับการเพิ่มกิจกรรมทางกายเข้าไปในชีวิตประจำวัน
จูเลียต บูเวอรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมโรคหลอดเลือดสมอง บอกว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่สิ่งง่ายๆ อย่างการเดินขึ้นบันได อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง
“เรายังคงเตือนผู้คนว่า มาตรการป้องกันอย่าง การออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ และควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ สามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ นอกจากนี้ การตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมอง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมโรคหลอดเลือดสมอง กล่าว
ที่มา
The everyday movement that ‘could slash risk of early death’