Skip to main content

 

เจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มองสัตว์เลี้ยงว่า เป็นสมาชิกหรือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว หลายคนมองสัตว์เลี้ยงเสมือนลูก การพูดกับสัตว์เลี้ยงแบบเดียวที่พูดกับเด็กทารก จึงตอกย้ำความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ ซึ่งหลายครั้ง เราเองก็อาจเคยพูดกับสัตว์เลี้ยงของคนอื่นด้วยน้ำเสียงแบบเสียงสองมาแล้วด้วยซ้ำ

ในทางทางชีววิทยา มนุษย์มีแนวโน้มที่จะปกป้องดูแลสิ่งมีชีวิตที่เปราะบาง จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมทั้งเด็กทารกและสัตว์เลี้ยงจึงสามารถกระตุ้นด้านที่อ่อนโยนของเราออกมาได้ การเห็นลูกสุนัขหรือลูกแมว และวิธีที่เราพูดกับพวกมันด้วยเสียงอ่อนโยน สามารถกระตุ้นสิ่งที่เรียกว่า “cute response” หรือการตอบสนองของสมองต่อความน่ารัก ซึ่งส่งผลต่อการหลั่งสารออกซิโทซินที่ทำให้เรารู้สึกดี

รูปแบบการพูดที่ต่างไปจากการพูดปรกตินี้ ในทางวิชาการเรียกว่า infant-directed speech หรือ การพูดที่เน้นทำนองเสียงให้ชัดเจนขึ้น ใช้เสียงสูงขึ้น และพูดด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย อาจรวมไปถึงการพูดด้วยคำที่ฟังไม่ค่อยเป็นภาษามนุษย์ และการเรียกชื่อเล่นแปลกๆ กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งพฤติกรรมที่ค่อนข้างประหลาดเหล่านี้ มีความเกี่ยวโยงกับการสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง เป็นการส่งสัญญาณว่า พวกมันปลอดภัย ได้รับความรัก และกำลังได้รับความสนใจจากเรา

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยยอร์ก ที่พบว่า สุนัขมีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจกับเสียงที่มีระดับสูงและมีท่วงทำนองแบบที่เราใช้พูดกับเด็กมากกว่าการพูดด้วยน้ำเสียงปกติ และการผสมผสานระหว่างน้ำเสียงและเนื้อหาของคำพูด โดยเฉพาะคำสำคัญที่สุนัขเชื่อมโยงกับขนมหรือคำชม จะได้ผลเป็นพิเศษ ทำให้การพูดแบบเด็กกับสุนัขกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

ในทางกลับกัน ผลแบบเดียวกันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนกับแมว แม้ว่า แมวบางตัวอาจชอบน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้ตอบสนองต่อการพูดแบบเด็กอย่างสม่ำเสมอเหมือนสุนัข

มีงานวิจัยในปี 2017 พบว่า ลูกสุนัขชอบฟังเสียงที่ใช้พูดกับสัตว์เลี้ยงมากกว่าเสียงพูดกับผู้ใหญ่ทั่วไป โดยพบว่า ลูกสุนัขที่ได้ยินน้ำเสียงดังกล่าวจะเดินเข้าไปหาคนพูดเร็วกว่าและให้ความสนใจกับเสียงนานกว่า ขณะที่สุนัขโตเต็มวัยแสดงความชอบในลักษณะเดียวกันแต่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าลูกสุนัข

ขณะที่งานวิจัยในปี 2024 เปรียบเทียบความอบอุ่นของน้ำเสียงผู้หญิงเมื่อพูดกับลูกของตัวเองกับเมื่อพูดกับสุนัข พบว่า น้ำเสียงที่ใช้พูดกับเด็กหรือสุนัขมีความรักและความอบอุ่นในระดับใกล้เคียงกัน แต่ในกลุ่มผู้หญิงที่มีทั้งลูกและสุนัข พบว่า น้ำเสียงที่ใช้พูดกับลูกจะอบอุ่นกว่าน้ำเสียงที่ใช้พูดกับสุนัข นักวิจัยพบว่า ที่น้ำเสียงที่แม่ใช้กับลูกมีรูปแบบค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่กับสัตว์เลี้ยงอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อมสิ่งอื่นๆ ที่กำลังดึงความสนใจของแม่

นอกจากสุนัขแล้ว สัตว์อื่นก็มีการตอบสนองที่ดีต่อการพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลด้วยเช่นกัน เช่น งานวิจัยในปี 2021 ที่พบว่า ม้าจะให้ความสนใจมากขึ้นกับผู้ดูแลที่พูดกับพวกมันด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น และสามารถทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้ดีขึ้น


ที่มา
Why do humans use ‘baby voice’ when we speak to pets?
Why We Talk Baby Talk to Our Pets: The Psychology Behind This Adorable Habit