การศึกษาของนักวิจัยจากเนเธอร์แลนด์ พบว่า การที่คนๆ หนึ่งมีอายุยืนกว่าคนปรกติทั่วไป ไม่ได้เป็นคุณลักษณะพิเศษเฉพาะบุคคล แต่มีตัวแปรทางพันธุกรรมที่ทำให้พวกเขามีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาว ซึ่งคุณสมบัติทางพันธุกรรมนี้สามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นลูกรุ่นหลานได้
ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากมีอายุยืนยาวกว่าคนรุ่นก่อนหน้า แต่ปีของอายุขัยที่เพิ่มขึ้นกลับมาพร้อมกับการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ความเปราะบางของร่างกาย และสติปัญญาที่เสื่อมถอย ทำให้ช่องว่างระหว่าง “อายุขัย” กับ “ช่วงเวลาที่สุขภาพดี” เป็นหนึ่งในความลับที่แวดวงการวิจัยด้านความชราต่างมุ่งความสนใจศึกษาค้นหาคำตอบ
งานวิจัยชิ้นใหม่ที่นำเสนอในเวทีประชุมวิชาการประจำปี 2026 ของ European Society of Human Genetics ที่เมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน มุ่งเน้นไปยังครอบครัวที่สมาชิกมีอายุยืนยาวซึ่งเข้าร่วมในโครงการศึกษาที่ชื่อ Leiden Longevity โดยที่งานวิจัยนี้ไม่ได้ศึกษาเฉพาะเจาะจงไปที่คนที่มีอายุยืนเป็นพิเศษเพียงอย่างเดียว แต่ทีมวิจัยได้ศึกษาไปถึงกลุ่มพี่น้องในครอบครัวที่มีอายุยืนเหล่านั้นด้วย
ปาสคาล พัตเตอร์ นักศึกษาปริญญาเอกชั้นปีสุดท้ายของ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยไลเดน ในเนเธอร์แลนด์ บอกว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยของพวกเขาพบความแตกต่างที่น่าสนใจอย่างยิ่งระหว่างคนที่มาจากครอบครัวอายุยืนกับคู่ครองของพวกเขา
ปาสคาลบอกว่า ผู้ใหญ่วัยกลางคนที่มีพ่อแม่อายุยืน จะเริ่มเป็นโรคในกลุ่มคาร์ดิโอเมตาบอลิก หรือโรคที่เกิดจากภาวะความผิดปกติของระบบเผาผลาญในร่างกาย ซึ่งรวมถึงโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ ช้ากว่าคู่ครองที่พ่อแม่มีอายุสั้นกว่า เฉลี่ยถึง 13 ปี
“สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ช่วงเวลาของชีวิตที่มีสุขภาพดีที่ยาวนานกว่านั้นถูกส่งต่อมายังคนรุ่นถัดไป” ปาสคาลกล่าว
ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม หรือ จีโนม ของกลุ่มพี่น้องอายุยืนจำนวน 212 กลุ่ม ทำให้สามารถระบุพื้นที่ 4 แห่งในจีโนมที่น่าจะมียีนซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้คนๆ นั้นมีอายุที่ยืนยาวกว่า
หลังการวิเคราะห์เพิ่มเติม นักวิจัยพบว่า มีตัวแปรทางพันธุกรรมหายากจำนวน 12 ชนิดที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโปรตีน และอาจมีส่วนช่วยให้คนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีขึ้น หนึ่งในตัวแปรดังกล่าวพบในสองครอบครัวที่มีอายุยืนอยู่ในยีนที่ชื่อว่า CGAS ซึ่งมีหน้าที่คอยตรวจจับสารดีเอ็นเอแปลกปลอม โดยที่ก่อนหน้านี้ยีนดังกล่าวเคยถูกพบว่า มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการชราภาพมาแล้ว
นักวิจัยอธิบายว่า ยีน CGAS มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการอักเสบของร่างกาย โดยจะช่วยกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อมีการตรวจพบว่ามีดีเอ็นเออยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรอยู่ภายในเซลล์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการติดเชื้อหรือเมื่อเซลล์ได้รับความเสียหาย นักวิจัยเชื่อว่า ตัวแปรทางพันธุกรรมดังกล่าว อาจช่วยลดระดับการตอบสนองต่อการอักเสบลง แต่ไม่ถึงกับปิดการทำงานของระบบนี้ทั้งหมด
“มีความเป็นไปได้ว่า สมาชิกของครอบครัวเหล่านี้ มียีน CGAS ที่ทำงานอยู่เพียงสำเนาเดียวแทนที่จะเป็นสองสำเนา ซึ่งจะช่วยลดการตอบสนองต่อการอักเสบในร่างกายของพวกเขา แต่ยังคงเพียงพอสำหรับการกำจัดการติดเชื้อและซ่อมแซมความเสียหาย ส่งผลให้เกิดกลไกป้องกันที่ช่วยยืดช่วงเวลาของชีวิตที่มีสุขภาพดีและเพิ่มโอกาสในการอยู่รอด” ปาสคาลกล่าว
ความสมดุลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการปิดกั้นการทำงานของ CGAS อย่างสมบูรณ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการพัฒนาไปสู่โรคมะเร็ง ขณะที่การกระตุ้นมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและเกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ
อเล็กซานเดอร์ เรย์มอนด์ ประธานการประชุม ซึ่งที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับงานวิจัยนี้ กล่าวว่า ผลการค้นพบดังกล่าวอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มุ่งความสนใจไปยังกลไกทางชีววิทยาที่อยู่เบื้องหลังการมีสุขภาพดีในวัยชราได้มากขึ้น
“ผลการค้นพบเหล่านี้ช่วยให้วงการของเราสามารถซูมเข้าไปดูปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอายุยืนได้อย่างละเอียดมากขึ้น และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ยังชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่อาจเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขยายช่วงเวลาของชีวิตที่มีสุขภาพดีสำหรับทุกคน” อเล็กซานเดอร์ กล่าว
สำหรับครอบครัวที่ดูเหมือนจะแก่ช้ากว่าผู้อื่น การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่พบได้ยากและสามารถถ่ายทอดกันผ่านทางสายเลือด อาจช่วยเปิดเผยความลับที่ว่า ทำไมบางคนไม่เพียงมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าคนอื่นๆ แต่ยังสามารถรักษาสุขภาพที่ดีไว้ได้ยาวนานกว่าคนอื่นๆ อีกด้วย
ที่มา
Families Who Live the Longest Share Something in Common