โรงเรียนมัธยมต้นในสหรัฐอเมริกา พบวิธีแก้ “โรคสมาธิสั้น” ของนักเรียน ด้วยการพาเข้าคลาสปั่นจักรยานทุกวัน พบว่า ช่วยให้นักเรียนมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนมากขึ้น และผลการเรียนที่ตามมาก็ดีขึ้น
ปัจจุบัน มีเด็กและวัยรุ่นราว 7 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็น "โรคสมาธิสั้น" หรือ ADHD ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติของพัฒนาการทางระบบประสาทที่พบมากที่สุดในคนวัยนี้ ขณะที่งานวิจัยระยะหลังพบว่า การออกกำลังกายช่วยในเรื่องการทำงานของสมองส่วนของสมาธิ และการควบคุมตนเองในเด็กที่มีภาวะ ADHD
จิมมี วัย 10 ปี นักเรียนชั้นประถม 5 ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็น “โรคสมาธิสั้น” และต้องรับประทานยาเป็นประจำ ครูประจำชั้นเล่าว่า ทุกเช้าเวลาที่จิมมีเข้ามาในห้องเรียน เขาจะยุ่งวุ่นวายกับทุกเรื่องของทุกคน และลุกขึ้นลุกลงจากเก้าอี้ตลอด รวมถึงพูดโพล่งขึ้นมาตลอดเวลา
แต่หลังจากจิมมี เริ่มเข้าเรียน “คลาสปั่นจักรยาน” เอมี ยัง ครูวิชาวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษา สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของเขาอย่างชัดเจน จิมมีสามารถนั่งอยู่กับเก้าอี้ มีสมาธิ แล้วก็เริ่มเรียนเหมือนเป็นเด็กคนละคน จนแม้แต่พ่อแม่ของเขาก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้
คลาสเรียนปั่นจักรยานในโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Riding for Focus ที่ริเริ่มขึ้นโดยองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านการปั่นจักรยานที่ชื่อ Outride ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ ไมค์ ซินยาร์ด ที่มีภาวะของโรคสมาธิสั้นเช่นกัน ไมค์สังเกตว่า การออกไปปั่นจักรยานช่วยให้เขามีสมาธิดีขึ้น และหลังจากปั่นจักรยาน เขาสามารถตั้งใจฟังในการประชุมได้ดีขึ้น
เอสเธอร์ วอล์กเกอร์ ผู้บริหาร Outride บอกว่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับไมค์ เป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ใหญ่ขึ้นว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับไมค์ หรือเป็นสิ่งอาจเกิดขึ้นกับคนที่มีภาวะสมาธิสั้นอื่นๆ ด้วย
ในปี 2012 Outride ร่วมมือกับ RTSG Neuroscience Consulting เปิดโครงการนำร่องในโรงเรียนมัธยมต้น 2 แห่ง ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เพื่อทดลองผนวกการปั่นจักรยานเข้าไปในตารางเรียนว่า จะช่วยให้เด็กๆ มีสมาธิและจดจ่อกับการเรียนมากขึ้นหรือไม่ โดยให้นักเรียนปั่นจักรยานวันละ 30 นาทีก่อนเข้าเรียน สัปดาห์ละ 5 วัน ติดต่อกันหนึ่งเดือน ผลลัพธ์ปรากฏว่า ไม่เพียงแต่เด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นจะมีสมาธิดีขึ้น แต่เด็กคนอื่นๆ ต่างก็ได้รับประโยชน์ทำให้การเรียนดีขึ้นไปด้วย
เอสเธอร์บอกว่า คลาสปั่นจักรยานนำร่องนี้ ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง รวมถึงตัวนักเรียนเอง จากผลลัพธ์ที่ดีทำให้ ไมค์ ซินยาร์ด ก่อตั้งมูลนิธิ Specialized Foundation ในปี 2014 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Outride เพื่อเผยแพร่แนวคิดการใช้จักรยานเพื่อแก้ไขภาวะโรคสมาธิสั้นในเด็ก พร้อมทั้งขยายคลาสปั่นจักรยานไปยังโรงเรียนมัธยมต้นทั่วสหรัฐอเมริกา จนปัจจุบัน โครงการ Riding for Focus กระจายอยู่ในโรงเรียนมัธยมต้นกว่า 400 แห่งในสหรัฐและแคนาดา
มีงานวิจัยโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก Outride พบว่า ระหว่างที่ปั่นจักรยาน วัยรุ่นที่มีภาวะ ADHD มีรูปแบบการทำงานของสมองใกล้เคียงกับกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีภาวะดังกล่าวมากขึ้น และยังพบด้วยว่า เมื่อวัยรุ่นที่มีภาวะ ADHD ต้องทำงานด้านความคิดไปพร้อมกับการปั่น การทำทั้งสองอย่างพร้อมกันช่วยเตรียมสมองให้มีสมาธิดีขึ้นหลังการปั่นจักรยาน
แม้จะยังไม่มีงานวิจัยมากนักที่พิสูจน์ว่า การปั่นจักรยานดีกว่าการออกกำลังกายรูปแบบอื่นในการช่วยพัฒนาด้านการรู้คิดของวัยรุ่นที่มีภาวะ ADHD แต่จากประสบการณ์ของครูผู้สอน พบว่า เด็กทุกวัยดูจะชื่นชอบการปั่นจักรยาน ซึ่งดึงดูดนักเรียนจำนวนมากที่ปกติไม่ชอบวิชาพละหรือหลีกเลี่ยงกีฬาประเภททีม การปั่นจักรยานจึงเป็นกิจกรรมที่ชักชวนให้นักเรียนเข้าร่วมได้ง่าย และดูจะลงตัวพอดี เพราะสนุก และยังมอบความรู้สึกเป็นอิสระให้เด็กๆ ด้วย
ไรอัน แม็กคินนีย์ ครูพละศึกษาที่โรงเรียนสปูนเนอร์ บอกว่า หลังทดลองให้นักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น เข้าคลาสปั่นจักรยานวันละ 45 นาทีก่อนเข้าเรียนเป็นเวลา 3 ปี เขาพบว่า ในวิชาคณิตศาสตร์ เด็กในกลุ่มที่ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน มีพัฒนาการโดยเฉลี่ยมากกว่ากลุ่มเด็กปรกติถึง 2 เท่า และมีพัฒนาการด้านการอ่านที่มากกว่าเกือบ 2 เท่าด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ กลุ่มปั่นจักรยานยังถูกส่งเข้าห้องฝ่ายปกครองเพราะปัญหาด้านวินัยน้อยกว่าด้วย
ไรอัน บอกว่า โครงการ Riding for Focus เป็นเหมือนประกายแรกที่ทำให้โรงเรียนเริ่มต้น และเมื่อเวลาผ่านไป โรงเรียนเหล่านั้นก็ค่อยๆ ปรับและเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ เข้าไป เช่น ชมรมกิจกรรมหลังเลิกเรียน เส้นทางปั่นจักรยาน และอื่นๆ อีกมากมาย
ที่มา
Ride It Out: How Cycling Helps Kids Focus