ชายชาวรัฐมอนทานาในสหรัฐ ก่อตั้งบริการรถแท็กซี่สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชน หลังจากสูญเสียเพื่อนซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่มีความพิการไปจากอุบัติรถชนประสานงานงา
เมื่อปีที่แล้ว แดเนียล โฟลีย์ ชายชาวรัฐมอนแทนา สูญเสียเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นชายสูงอายุและมีความพิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จากการตัดสินใจขับรถออกไปทำธุระด้วยตัวเองแม้แพทย์จะสั่งห้าม และเกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงา ส่งผลให้เขาเสียชีวิต และทำให้หญิงวัย 32 ปีอีกคนหนึ่งเสียชีวิตไปด้วย
แดเนียล เล่าว่า เพื่อนสูงวัยของเขาน่าจะสิ้นหวังมากจากการที่ไม่มีใครช่วยขับรถพาเขาไปในที่ที่เขาจำเป็นต้องไป
“ผมหงุดหงิดมาก เพราะเอาเข้าจริง ไม่มีใครสละเวลาให้คนอื่นเลย นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นทั้งหมด” แดเนียล เล่า
แดเนียล เคยทำงานเป็นคนขับรถโรงเรียน รถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะ มานานกว่า 12 ปี หลังสูญเสียเพื่อน เขาเริ่มครุ่นคิดว่า จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
แดเนียล บอกว่า ไม่มีใครช่วยเพื่อนของเขาจริงจังเลย มีบางคนโทรมาให้กำลังใจบ้าง หรือมาช่วยย้ายข้าวของเล็กๆ น้อยๆ แต่โดยรวมแล้ว ไม่มีใครแสดงความเมตตากับชายผู้น่าสงสารคนนี้ และเขาก็ได้เห็นชีวิตของเพื่อนสูงวัยค่อยๆ พังทลายลงต่อหน้าต่อตา
แดเนียล ก่อตั้งโครงการ Giddy-Up Rides บริการแท็กซี่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการเพื่อนบ้านที่เป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่พิการ หรือใครก็ตามที่ต้องการการเดินทางที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในราคาที่เป็นธรรม โดยเปิดระดมทุนผ่านเว็บไซต์ GoFundMe
“สำหรับผม ธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่งาน แต่มันคือ การตอบสนองจากใจต่อการสูญเสียอันแสนเจ็บปวด เราเป็นบริการที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาล มุ่งมั่นตั้งราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครถูกทอดทิ้ง หรือถูกกีดกันการเข้าถึงบริการเพราะเรื่องค่าใช้จ่าย” แดเนียลกล่าว
แดเนียลบอกว่า แม้ในพื้นที่ของรัฐมอนทานาไม่ได้ขาดแคลนแท็กซี่หรือบริการเรียกรถ แต่ปัญหาคือ เรื่องความน่าเชื่อถือ และการขาดความเมตตา มีกรณีที่ลูกค้าโทรเรียกรถแล้วกลับถูกปล่อยให้รอเก้อโดยที่รถไม่มารับ หรือบางกรณีถึงขั้นที่คนขับมารับทั้งที่อยู่ในสภาพที่มึนเมา ขณะที่ผู้ใช้บริการ ต้องการแค่การเดินทางที่ปลอดภัย
ตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา Giddy-Up Rides ให้บริการลูกค้าประจำอย่างต่อเนื่อง และความต้องการก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“คนเหล่านี้อาศัยอยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุ มันเหมือนการมอบอิสรภาพกลับคืนให้พวกเขา บางคนถึงกับน้ำตาไหล เพราะพวกเขาไม่ได้ออกไปไหนมาไหนนานมาก หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้มี ‘ทางเลือก’ แบบนั้นมานานแล้ว และผมพยายามจะมอบสิ่งนั้นกลับคืนไป” แดเนียลบอก
ขณะนี้ แดเนียลกำลังขายข้าวของส่วนตัวของตัวเองเพื่อพยุงกิจการไว้ พร้อมกับเปิดระดมทุนผ่าน GoFundMe โดยตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์ และหวังว่าจะสามารถจ้างคนมาช่วยงาน และซื้อรถที่อำนวยความสะดวกกับผู้สูงอายุและผู้พิการได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้วีลแชร์
“ตอนนี้มันเริ่มยากขึ้น เพราะมีคนต้องการใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมมีแค่คนเดียว นั่นคือเหตุผลที่ผมเริ่มระดมทุนผ่าน GoFundMe เพื่อจะได้ขยายบริการนี้ และบอกต่อให้คนในหุบเขารู้ว่า นี่เป็นสิ่งดีจริงๆ สำหรับชุมชนของเรา” แดเนียลกล่าว