แพทย์โรงพยาบาลวิมุต ระบุ อันตรายจาก PM2.5 สามารถผ่านทาง “จมูก” เข้าสู่ “สมอง” ได้โดยตรง ส่งผลเสียต่อสมองในระยะยาว ทำลายโครงสร้างสมอง และทำให้เป็นอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท จากโรงพยาบาลวิมุต ระบุว่า ความน่ากลัวของฝุ่น PM2.5 คือ ขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมถึง 20–30 เท่า ทำให้สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปถึงสมองได้ โดยผ่าน 2 เส้นทางหลัก คือ ผ่านทาง “ปอด” การการสูดอากาศเข้าไป ฝุ่นจะลงสู่ถุงลมและซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมอง
เส้นทางเข้าสู่ร่างกายอีกเส้นทางหนึ่ง คือ ผ่านทาง “จมูก” เข้าสู่ “สมอง” โดยตรง นพ.ภีมณพัชญ์ อธิบายว่า ฝุ่นPM2.5 สามารถแทรกผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerve) บริเวณยอดโพรงจมูก และเดินทางเข้าสู่สมองของเราโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านระบบเลือด เมื่อฝุ่นพิษเหล่านี้ไปถึงสมองจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเกิด “ความเครียดในระดับเซลล์” หรือ Stress Oxidative ทำให้สมองหลั่งสารไซโตไคน์ (Cytokines) ออกมาทำลายเซลล์ประสาท ส่งผลให้โครงสร้างสมองค่อยๆ เสื่อมลงในระยะยาว
นพ.ภีมณพัชญ์ บอกว่า ผลกระทบจาก PM2.5 อาจไม่แสดงอาการรุนแรงในทันที ในระยะสั้นอาจทำให้เกิดอาการ “สมองล้า” ชั่วคราว ทำให้รู้สึกสมองตื้อ คิดช้า สมาธิลดลง ปวดหัว หรือไมเกรนกำเริบ และหากสมองรับ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวจะเกิดการอักเสบเรื้อรังของสมอง จนโครงสร้างสมองเสื่อมลงเร็วกว่าปกติและเกิดภาวะสมองฝ่อก่อนวัย และทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันเร็วขึ้น โดยเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 40–50 ปี จากที่พบในวัย 60–70 ปี
นอกจากนี้ ในกลุ่มเด็กที่ได้รับมลพิษสะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือในวัยที่สมองกำลังพัฒนา อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และกลุ่มออทิสติก (ASD) สูงขึ้น
นพ.ภีมณพัชญ์แนะนำว่า การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยลดผลกระทบของฝุ่นพิษต่อสมองได้ โดยเริ่มจากการเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่า PM2.5 สูง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรสวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องออกไปนอกบ้าน ส่วนภายในบ้านควรใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA พร้อมตรวจเช็กและเปลี่ยนไส้กรองอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ควรเลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ และกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามิน C และ E รวมถึงปลาทะเลที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ควบคู่กับการลดอาหารแปรรูป ของหวาน งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30–40 นาที สัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง โดยแนะนำให้ออกกำลังกายในร่มในวันที่ฝุ่นหนา ที่สำคัญต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพสมองได้อย่างเต็มที่
โรงพยาบาลวิมุต โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญสูง ย่านสะพานควาย กรุงเทพมหานคร เป็นสถานพยาบาลระดับสากล เน้นให้บริการรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ สมอง เบาหวาน กระดูก ระบบทางเดินอาหาร และตับ รวมถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) นอกจากนี้ ยังมีบริการทางการแพทย์อื่นๆ อาทิ ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ รวมถึงการดูแลพื้นฟูสภาวะหลังวิกฤต ให้บริการแบบ One-stop Service ครอบคลุมบริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน