รัฐบาลสหราชอาณาจักร จำกัดการโฆษณาอาหารที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชน อย่างเช่น อาหารขยะต่างๆ โดยห้ามออกอากาศทางโทรทัศน์ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทผู้ผลิตอาหารพัฒนาสูตรอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับเด็กและเยาวชนมากขึ้น
มาตรการนี้ จะทำให้เด็กและเยาวชนในสหราชอาณาจักรไม่เห็นโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาลสูง ทางโทรทัศน์ก่อนเวลา 21.00 น. และจะไม่เห็นโฆษณาเหล่านี้ทางออนไลน์ในทุกช่วงเวลา รวมถึงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงและโฆษณาแบบเสียเงินบนโซเชียลมีเดีย แต่จะไม่ครอบคลุมการโฆษณาทางสื่อวิทยุหรือคอนเทนต์ที่มีแค่เสียงเพียงอย่างเดียว
มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรับมือกับปัญหาโรคอ้วนในเด็ก และช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีการเตรียมการมาตั้งแต่ปี 2020 ในสมัยรัฐบาลของ บอริส จอห์นสัน ที่กำหนดไว้ว่า จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2023
“การจำกัดโฆษณาอาหารขยะก่อนสามทุ่ม และการห้ามโฆษณาทางออนไลน์ จะช่วยลดการเผชิญหน้ากับอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพที่มีมากเกินไป” แอชลีย์ ดอลตัน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
นอกจากอาหารอย่าง เบอร์เกอร์ พิซซา และขนมหวานแล้ว ซีเรียลที่เป็นอาหารเช้าบางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ขนมปังปรุงแต่งรสหวาน และแซนด์วิชบางประเภท ก็อยู่ในข่ายถูกจำกัดการโฆษณาด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจากการวิจัยของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) พบว่า เด็กวัยก่อนประถมศึกษาเกือบ 1 ใน 10 กำลังเผชิญกับภาวะโรคอ้วน และเด็ก 1 ใน 5 มีปัญหาฟันผุตั้งแต่อายุยังไม่ถึงห้าขวบ การโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพของเด็กส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมการกินตั้งแต่อายุยังน้อย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนในอนาคต
ในขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ ศูนย์วิจัยมะเร็งสหราชอาณาจักร เผยว่า เด็กและวัยรุ่นมักเผชิญกับคอนเทนต์อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพทางออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาเหล่านั้นถูกเผยแพร่โดยอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งทำให้เยาวชนมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์มากขึ้น โดยเด็กและวัยรุ่นร้อยละ 39 ระบุว่า พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์เหล่านี้ เช่น กดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์ โดยตัวเลขการมีส่วนร่วมในคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์นั้นสูงกว่าโฆษณาที่มาจากบริษัทโดยตรง
แคทเธอรีน เจนเนอร์ ผู้อำนวยการบริหาร Obesity Health Alliance บอกว่า นี่คือก้าวสำคัญที่รอคอยมานานในการปกป้องเด็กจากโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาจบั่นทอนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพวกเขา ขณะที่รัฐบาลเชื่อว่า การห้ามโฆษณาอาหารขยะครั้งนี้ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคอ้วนในเด็กได้ราว 20,000 ราย
อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างๆ ยังสามารถโฆษณาผลิตภัณฑ์ในเวอร์ชันที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแทนได้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรหวังว่า จะกระตุ้นให้ผู้ผลิตอาหารหันมาพัฒนาสูตรอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับประชาชนมากกว่าเดิม
แม้ว่า มาตรการจะเริ่มมีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 2026 แต่อุตสาหกรรมโฆษณาของสหราชอาณาจักรได้ปรับตัวโดยสมัครใจมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เกิดมีแคมเปญโฆษณาทางโทรทัศน์ช่วงคริสต์มาสที่ “ไขมันต่ำ น้ำตาลต่ำ และเกลือต่ำ” เป็นครั้งแรก ขณะที่ผลิตภัณฑ์อย่างพุดดิ้งและขนมหวานถูกแทนที่ด้วยผักและผลไม้
Food Foundation องค์กรไม่แสวงกำไรที่ทำงานเรื่องระบบอาหารที่ยั่งยืนเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีของทุกคน เผยแพร่รายงานประจำปี เผยว่า บริษัทอาหารต่างๆ ได้เริ่มย้ายงบโฆษณาไปยังสื่อประเภทอื่นแล้ว ก่อนที่ข้อห้ามการโฆษณาอาหารขยะทางทีวีและออนไลน์จะเริ่มมีผลบังคับใช้
รายงานเผยด้วยว่า ระหว่างปี 2021 ถึง 2024 งบโฆษณาของบริษัทอาหารในสื่ออื่นๆ เช่น ป้ายบิลบอร์ด และป้ายโปสเตอร์ ซึ่งถูกห้ามโฆษณาอาหารขยะในรัศมี 100 เมตรจากสถานศึกษาหรือศูนย์สุขภาพ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28รายงานระบุด้วยว่า แมคโดนัลด์ เป็นบริษัทที่เพิ่มงบโฆษณานอกบ้านมากที่สุดตลอดช่วงสามปีดังกล่าว
ที่มา
Junk food adverts banned on TV and online
Junk food flooding young people's social media feeds, says study
Ban on TV junk food advertising before 9pm comes into force in UK