งานวิจัยพบว่า ราว 3 ใน 4 ของ “ทารก” ที่เกิดในสหรัฐอเมริกา อาจไม่มีจุลินทรีย์ที่ดี หรือ “โพรไบโอติก” ในลำไส้มากเพียงพอ ที่จะช่วยปกป้องทารกจากการเป็นโรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด
รายงานการวิจัยของบริษัท Persephone Biosciences ในเมืองซานดิเอโกของสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Biology เผยผลการศึกษา จากการติดตามทารกมากกว่า 400 คน พบว่า ร้อยละ 24 ของทารกเหล่านี้ไม่มีแบคทีเรีย “บิฟิโดแบคทีเรียม” (Bifidobacterium) ซึ่งกลุ่มของแบคทีเรียที่ดี หรือโพรไบโอติก ซึ่งโดยธรรมชาติจะอยู่ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ โดยเฉพาะในลำไส้ใหญ่ และมีหน้าที่สำคัญช่วยย่อยน้ำตาลที่อยู่ในน้ำนมแม่
ขณะเดียวกัน งานวิจัยพบว่า ทารกราวร้อยละ 76 มีระดับของ บิฟิโดแบคทีเรียมต่ำ หรือไม่สามารถตรวจพบได้ รวมถึงไม่พบแบคทีเรียสายพันธุ์ที่เคยพบได้ทั่วไปในอดีต อย่าง B. infantis ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับทารก ในการช่วยย่อยน้ำตาลในน้ำนมแม่ และช่วยพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยพบว่า B. infantis หายไปจากทารกที่ทำการศึกษาถึงร้อยละ 92
จุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในลำไส้เหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการฝึกระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย งานวิจัยของ Persephone Biosciences พบว่า หากขาดจุลินทรีย์กลุ่มนี้ ทารกจะมีแนวโน้มเกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น เมื่ออายุครบ 2 ปี ทารกที่มีระดับของบิฟิโดแบคทีเรียมต่ำ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และโรคหอบหืดสูงกว่าทารกที่มีระดับแบคทีเรียปกติอย่างน้อย 3 เท่า
งานวิจัยระบุว่า “ยาปฏิชีวนะ” เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ บิฟิโดแบคทีเรียม หายไปจากลำไส้ของทารก ทารกที่ได้รับยาปฏิชีวนะจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้สูงขึ้นถึง 3.3 เท่า เมื่อเทียบกับทารกที่ไม่ได้ใช้ยาดังกล่าว
นักวิจัยชี้ว่า พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ “อาหารแปรรูป” มากขึ้น และการบริโภคอาหารหมักดองน้อยลง การใช้สบู่ฆ่าเชื้อ และปัจจัยอื่นๆ ส่งผลทำให้ปริมาณของบิฟิโดแบคทีเรียมในสิ่งแวดล้อมไปลงอย่างมาก
“ตลอดสามสี่ชั่วอายุคนที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นว่าจุลินทรีย์ชนิดนี้ถูกกำจัดออกไปจากประชากรที่เป็นแม่ เมื่อเป็นเช่นนั้น เด็กก็จะไม่มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดจุลินทรีย์เหล่านี้มาตั้งแต่แรกเกิด” แจ็ก กิลเบิร์ต นักจุลชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก กล่าว
นักวิจัยระบุว่า ในทารกที่มีระดับจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้ต่ำ การให้นมแม่ก็ไม่สามารถฟื้นฟู บิฟิโดแบคทีเรียมในลำไส้ของทารกได้ ผลที่ตามมาคือ การเปิดโอกาสให้แบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายบางชนิดเติบโตแทน ซึ่งผลกระทบระยะยาวจากการแทนที่ดังกล่าวยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และงานวิจัยนี้จะติดตามสุขภาพของเด็กกลุ่มนี้ต่อเนื่องไปอีก 7 ปี
ขณะนี้ บริษัท Persephone Biosciences กำลังทดสอบผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ บิฟิโดแบคทีเรียม เพื่อดูว่าสามารถเพิ่มระดับแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ของทารกได้หรือไม่ คาดว่าจะทราบผลการทดลองภายในเร็วๆ นี้
ที่มา
Many U.S. babies may lack gut bacteria that train their immune systems