Skip to main content

 

บริษัท Canvas Ventures International (CVI) เปิดตัว รายงานเศรษฐกิจสีชมพูประเทศไทย 2568 : จากการเคลื่อนไหวสู่ตลาด (Thailand Pink Economy Report 2025 : Fron Movement to Market) ชี้ว่า การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศที่ดำเนินมาต่อเนื่องหลายทศวรรษ ได้ทำให้เกิด “ตลาดสีชมพู” ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร กลายเป็น “เมืองสีชมพู” ชั้นนำของเอเชีย โดยที่ ตลาดสีชมพู (Pink Market) ในประเทศไทย มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 356.32 แสนล้านบาทในปี 2568


กฎหมายสมรสเท่าเทียม สร้างความเชื่อมั่นให้ 'เศรษฐกิจสีชมพู'

 

พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นมา ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศใช้กฎหมายนี้อย่างเป็นทางการ และเป็นหลักประกันสำคัญต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและผู้บริโภคในระยะยาว

รายงาน Thailand Pink Economy 2025 ระบุว่า มีงานวิจัยระดับโลกยืนยันว่า กฎหมายใหม่ๆ สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ จะทำให้ GDP ต่อหัวของประเทศเพิ่มขึ้นราว 68,800 บาท สำหรับประเทศไทย การออกกฎหมายฉบับนี้ สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีศักยภาพเพิ่ม GDP ให้กับไทยได้ราวร้อยละ 0.3 หรือประมาณ 1.1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ทำให้กรุงเทพฯ ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปถึงร้อยละ 40 สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยราว 51.6 หมื่นล้านบาทต่อปี

รายงานระบุว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียม ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ตลาดผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยที่ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย โดยมีมูลค่าถึง 636.4 – 2,541 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่มีรายได้มั่นคงและเสี่ยงต่ำ และส่งผลให้กรุงเทพฯ มีจุดแข็ง โดยผสานขนาดของตลาดที่ใหญ่เทียบเท่ามหานครโตเกียว กับความมั่นคงทางกฎหมายแบบปารีส จึงเป็นข้อได้เปรียบสูงสุดของภูมิภาคนี้

 

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธาน บริษัท Canvas Ventures International 


คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 

รายงานระบุว่า งานวิจัยโดย 101.Pub research พบว่า กลุ่มคนเจน Z  ของไทยในปี 2568 ร้อยละ 32.9 ระบุว่าตัวตนเป็น LGBTQ+ การที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนเกือบ 1 ใน 3 เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ทำให้มีฐานผู้บริโภคและปริมาณของบุคลากรคุณภาพจำนวนมหาศาลสำหรับตลาดสีชมพู

รายงานชี้ว่า Women-Loving-Women (WLW) เป็นกลุ่มที่เร่งให้เศรษฐกิจสีชมพูขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการบริโภค เทรนด์สร้างสรรค์ เช่น “Girl Love” และการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ โดยหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ มีการจดทะเบียนสมรสในกลุ่ม WLW เป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 78 ของจำนวนคู่สมรสทั้งหมด สะท้อนถึงความต้องการสินค้า/บริการและธุรกิจใหม่ที่นำโดยคนกลุ่มนี้อย่างชัดเจน

รายงานชี้ว่า โครงสร้างประชากรใหม่นี้ยืนยันว่าตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ+ กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความหลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น มีการสร้างธุรกิจและเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน เจาะลึกเพื่อคนรุ่นใหม่และตอบโจทย์ชีวิตที่เปลี่ยนเร็ว

 


เทคโนโลยีสีชมพู: โอกาสการลงทุนใหม่

 

CVI ระบุ ปัจจุบันมีกลุ่มธุรกิจในภาค Pink Tech  8 กลุ่มที่พร้อมรองรับการลงทุนทันที เช่น แพลตฟอร์มสุขภาพและประกันชีวิต เศรษฐกิจผู้สร้าง และเศรษฐกิจของกะเทย (Kathoey Economy) กรุงเทพฯ จึงเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนตลาดดิจิทัลที่ครอบคลุมทั่วเอเชีย

รายงานชี้ว่า ยังมีช่องว่างสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในเศรษฐกิจสีชมพูของไทย จากการที่พระราชบัญญัติการรับรองเพศยังไม่ผ่านสภา ทำให้มีอาชีพข้ามเพศอีกราวร้อยละ 70-80 ไม่สามารถเข้าสู่ธุรกิจและเศรษฐกิจระบบภาษีได้เต็มที่

พื่อให้กรุงเทพฯ เป็นผู้นำเศรษฐกิจสีชมพู CVI ได้ผลักดันการตั้ง “กองทุนสีชมพู” (Pink Fund) ซึ่งเป็นกองทุนสำหรับธุรกิจสร้างสรรค์และเทคโนโลยี ในการเปลี่ยนเศรษฐกิจผู้สร้างที่มูลค่าสูงให้กลายเป็นธุรกิจที่ขยายตัว

รายงานเสนอว่า การเชื่อมต่อ 8 กลุ่มธุรกิจ Pink Tech กับบริษัทและบริษัทร่วมลงทุน หรือ VC ต้องเร่งใช้ Deep Tech, มีระบบรับรองสถานที่ทำงานสีชมพูเพื่อ ESG-HR, Health Compliance Platform และบริการตรวจสอบข้อมูลที่เน้นความน่าเชื่อถือ เป็นหัวใจในการดึงดูดเม็ดเงินสถาบันและสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเกทเวย์ของการร่วมลงทุนในเศรษฐกิจสีชมพูของภูมิภาค