Skip to main content

 

งานวิจัยจากสถาบันวิจัยนานาชาติออสเตรเลีย เผยผลการศึกษาใหม่พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้โอกาสในการเกิดไฟไหม้ในเขตเมืองเพิ่มสูงขึ้น และจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้เพิ่มมากขึ้นเป็นปีละ 3.3 แสนราย

งานวิจัยดังกล่าว ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Cities วิเคราะห์การเกิดไฟไหม้และอุณหภูมิสูงสุดของอากาศแบบรายเดือนของเมืองมากกว่า 2,800 แห่งใน 20 ประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรโลก ซึ่งรวมถึงเมืองในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และจีน

นักวิจัยระบุว่า ทุกๆ 1 องศาเซลเซียสของอุณหภูมิในอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้โอกาสที่จะเกิดไฟไหม้รถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3และโอกาสเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กลางแจ้งเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 และพบว่า ภายในปี 2100 โอกาสที่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์ จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 และโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กลางแจ้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.2 จากภาวะโลกร้อน

ในแต่ละปี มียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในที่ต่างๆ ทั่วโลกราว 50,000 คน และบาดเจ็บราว 170,000 คน งานวิจัยระบุว่า จำนวนของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต โดยที่ภาวะโลกร้อนจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้ในจำนวนที่สูงมากจนคาดไม่ถึง

นักวิจัยคาดการณ์ว่า นับจากปี 2020 ถึง 2100การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตจากไฟไหม้อยู่ที่ราว 335,000 คน บาดเจ็บราว 1.1 ล้านคน แต่หากสามารถหยุดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไว้ให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส จำนวนของการบาดเจ็บล้มตายจะลดลงครึ่งหนึ่ง

นักวิจัยคาดการณ์ว่า ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่างไฟไหม้กับภาวะโลกร้อนมากที่สุด หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 องศาเซลเซียสโดยไม่มีมาตรการลดโลกร้อน ภายในปี 2100 จำนวนไฟไหม้ในเขตเมืองของนิวซีแลนด์อาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณร้อยละ 40

"ผลการวิจัยนี้ทำให้เห็นว่า วิธีในการรับมือกับไฟไหม้ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก กลยุทธ์ต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมกับการจัดการประเภทต่างๆ ของไฟไหม้ ซึ่งนำเสนอโดยคำสัญญาที่ล้มเหลวในการบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลร้ายต่อชีวิตผู้คนและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ" ศาสตราจารย์หลง ฉี หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว

ศาสตราจารย์หลงกล่าวว่า แม้ทีมวิจัยจะพบว่า เหตุไฟไหม้อาคารมีแนวโน้มลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศและทุกภูมิภาคของโลกจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันนี้ เขากล่าวว่า ในบางประเทศอาจเกิดไฟไหม้อาคารบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้นภายใต้ภาวะโลกร้อน

“แนวโน้มในอนาคตของความถี่ในการเกิดเพลิงไหม้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นเมืองนั้นมีความไม่แน่นอน แม้ว่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก รวมถึงทำลายเศรษฐกิจมากกว่าการเพลิงไหม้ประเภทอื่น อย่างไฟป่า การขาดความเข้าใจอาจทำให้การจัดการทรัพยากรในภาคภูมิที่ไฟไหม้ รวมถึงการออกแบบวางผังเมืองได้ไม่เหมาะสม” ศาสตราจารย์หลงกล่าว

นักวิจัยกล่าวว่า การศึกษานี้จะเป็นพื้นฐานให้กับการพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อต่อสู้กับเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงการปรับปรุงเรื่องของเชื้อเพลิงที่จะเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ และระบุว่า ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ อาจไม่ได้สะท้อนถึงการพัฒนาแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


ที่มา
Climate change is set to increase city fires around the world, according to new research