ผลสำรวจพบว่า มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้นที่ไม่เห็นด้วยกับการ “เปิดรับแรงงานต่างชาติ” แม้จะเป็นแรงงานทักษะสูงก็ตาม โดยคนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ต่อต้านนโยบายนี้ ขณะที่ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะจะแย่ลงหากมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศมากขึ้น
ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นประจำปี ที่จัดทำโดย หนังสือพิมพ์โยมิอุริ และ มหาวิทยาลัยวาเซดะ ผ่านแบบสอบถามทางไปรษณีย์ พบว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้มไม่เห็นด้วยกับการรับแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศมากขึ้น โดยทัศนคติดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงว่า ได้รับอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอ
แบบสำรวจประจำปีดังกล่าว สอบถามผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศญี่ปุ่นจำนวน 3,000 คน รวม 7 ครั้งว่า เห็นด้วยหรือไม่ว่า “ญี่ปุ่นควรเปิดรับแรงงานต่างชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังแรงงานมากขึ้น”
ผลสำรวจระหว่างปี 2019-2024 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว แต่ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำขึ้นระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2025 กลับมีผู้ไม่เห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 59 นับเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจ
การสำรวจในปี 2025 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรับแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นในทุกช่วงอายุเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มที่อายุ 18-39 ปี มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 71 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 52 ในปี 2024
ขณะที่กลุ่มอายุ 40-59 ปี มีผู้ไม่เห็นด้วยร้อยละ 62 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48 ในปีก่อนหน้า และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป มีคนที่ไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 42 เป็นร้อยละ 50 ในปี 2025
ในแบบสำรวจปี 2025 ยังสอบถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติในญี่ปุ่น พบว่า ตัวเลือกที่ได้รับการเลือกมากที่สุดร้อยละ 68 คือ ความปลอดภัยสาธารณะจะย่ำแย่ลง ตามมาด้วยปัญหาจากความแตกต่างด้านภาษา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียม ที่ร้อยละ 63 ขณะที่ร้อยละ 61 เห็นว่า ชาวต่างชาติจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้
การสำรวจพบด้วยว่า กลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และแพล็ตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอ มีผู้ที่มองว่า ความปลอดภัยสาธารณะจะย่ำแย่ลง สูงถึงร้อยละถึง 87 และเป็นกลุ่มที่เลือกตัวเลือกผลกระทบเชิงลบจากชาวต่างชาติสูงกว่าคนกลุ่มอื่นๆ
ในการสำรวจอีกครั้งหนึ่งที่ทำโดย หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ร่วมกับ สถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ปีนี้เกี่ยวกับอนาคตของประเทศว่า ญี่ปุ่นควรรับบุคลากรต่างชาติอย่างไรเพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางจำนวนประชากรที่ลดลง
ผลสำรวจพบว่า มีเพียงร้อยละ 14 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติ แต่เมื่อพิจารณากลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และแพล็ตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอ สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31
ขณะที่ ร้อยละ 27 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ไม่เห็นด้วยกับความพยายามของภาครัฐและภาคธุรกิจในการปรับปรุงสภาพการทำงานเพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทาง โดยที่สัดส่วนนี้ในกลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และแพล็ตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 44
หนังสือพิมพ์โยมิอุริตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสำรวจน่าจะเป็นผลจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จากการที่พรรคซันเซโตะชูนโยบายชาตินิยม “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” หรือ Japanese First และทำให้ประเด็นเกี่ยวกับชาวต่างชาติก็กลายเป็นหัวข้อสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้ง
รองศาสตราจารย์ อาราตะ ยามาซากิ นักจิตวิทยาการเมือง และนักวิจัยรับเชิญของมหาวิทยาลัยวาเซดะ ซึ่งมีส่วนร่วมในการสำรวจของโยมิอุริ-วาเซดะ ชี้ว่า ทัศนคติต่อต้านชาวต่างชาติมีความเป็นไปได้สูงว่า เป็นเพราะอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์และแพล็ตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอ
รองศาสตราจารย์อาราตะเสนอว่า ประชาชนควรพยายามตรวจสอบข้อมูลจากสื่อหลายแหล่งอย่างมีสติ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในมุมมองที่ลำเอียงจากข้อมูลเพียงด้านเดียวจากโซเชียลมีเดีย
“บนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ใช้งานมักได้รับข้อมูลที่รุนแรงหรือสุดโต่งเพื่อดึงดูดยอดรับชม รวมถึงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิมของตนเอง ดังนั้น ผู้ที่พบเห็นข่าวเชิงลบเกี่ยวกับชาวต่างชาติอยู่บ่อยครั้ง อาจค่อย ๆ พัฒนามุมมองที่เอนเอียงจนเชื่อว่าชาวต่างชาติโดยทั่วไปเป็นสิ่งไม่ดี ทั้งที่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น” รองศาสตราจารย์อาราตะกล่าว
ที่มา
Japanese People Becoming More Resistant to Foreign Workers, Surveys Show