Skip to main content

อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีข่าวการแจ้งความดำเนินคดี ส.ต.ท.หญิง​ ทำร้ายร่างกายลูกจ้างซึ่งเป็นทหารรับใช้ จนนำไปสู่การเปิดโปงการใช้เส้นสายหาประโยชน์กับระบบราชการ รวมทั้งการทุจริตในหน้าที่ สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนของยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่กัดกินประเทศจากผลพวงของ ‘ระบบอุปถัมภ์’ ที่เกิดขึ้นในหน่วยงานราชการในทุกระดับ ภายใต้ระบอบประยุทธ์ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีได้ด้วยการทำรัฐประหาร สานต่ออำนาจด้วยการออกแบบรัฐธรรมนูญปี 60 แต่งตั้ง ทหารและตำรวจ รวมทั้ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาเป็น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อค้ำจุนอำนาจ ยกมือเลือกตัวเองมาเป็นนายกรัฐมนตรี  ก่อเกิดเครือข่ายโครงสร้างอำนาจที่ทำให้ระบบราชการไทยในช่วง 8 ปีของการบริหารงานโดยพลเอกประยุทธ์ เกิดการวิ่งเต้น เส้นสาย ใช้เงินซื้อ-ขาย ตำแหน่งกันอย่างโจ่งแจ้งจนเกิดคำถามใช่หรือไม่  ตลอดจนใช้กติกาเอื้อพวกพ้องตน จนมีบรรทัดฐานใหม่นาฬิกายืมเพื่อนไม่ผิด บ้านหลวงอยู่ฟรีภาษีประชาชน  สิ่งเหล่านี้คือ ‘สังคมอัปลักษณ์’ โดยฝีมือพลเอกประยุทธ์ 

อรุณี กล่าวต่ออีกว่า วันนี้ประชาชนเกิดคำถาม ว่าใครคือคนแต่งตั้งตำรวจหญิงคนดังกล่าวเข้ารับราชการ เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องมีคำตอบข้อเท็จจริงให้กับประชาชน ไม่ใช่หนีสื่อมวลชนเลี่ยงตอบคำถามผิดวิถีทหารกล้า  เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือความอยุติธรรม เอาเปรียบเงินภาษีของประชาชน ดูแคลนตำรวจ-ทหารชั้นผู้น้อยที่กำลังปฏิบัติงานเสี่ยงชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างตำรวจชั้นประทวนที่ปฏิบัติงานชายแดนภาคใต้ ได้เบี้ยเสี่ยงภัยและค่าครองชีพเดือนละ 1,500-2,500 บาทเท่านั้น หรือบางครั้งยังปรากฎข่าวว่าทหารในบางพื้นที่ได้รับเบี้ยเสี่ยงภัยล่าช้า  แต่กับคนในใกล้ชิด ส.ว. กลับกินหรูอยู่สบาย "ภรรยาฟรี เงินหลวงจ่าย สบายกระเป๋า"

“ความฟอนเฟะของระบอบประยุทธ์ ที่อยู่ในอำนาจมานานกว่า  8 ปี ก่อร่างสร้างระบบอุปถัมภ์ เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง ระบบราชการกลายเป็นนายประชาชน การทุจริตคอรัปชั่นพุ่งสูง ค่าคะแนนต่างชาติประเมินไทยคะแนนตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี กฎหมายกลายเป็นข้อยกเว้นคนมีอำนาจ ประเทศไทยถดถอยลงทุกด้านเพราะนายกฯหมดอายุคนนี้มาเพียงพอแล้ว" อรุณีกล่าว