ปัจจุบัน เริ่มมีกลุ่มคนที่หันไปพักใจโดยใช้ชีวิตแบบ “แอนะล็อก” เพราะเหนื่อยล้ากับการเลื่อนดู “ข่าวร้ายที่ไม่รู้จบ” บนหน้าจอ และเบื่อการเสพ “คอนเทนต์เอไอ” ที่แฟลตฟอร์มเอไอต่างๆ คิดและสร้างสรรค์แทนมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ
แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า “วิถีชีวิตแบบแอนะล็อก” เหมือนย้อนกลับไปยุค 90 ซึ่งต่างจากการทำ “ดิจิทัลดีท็อกซ์” ระยะสั้น เนื่องจากไม่ใช่การงดใช้เทคโนโลยีแบบชั่วครั้งคราว แต่เป็นความพยายามที่จะชะลอจังหวะชีวิต และหาสิ่งที่จับต้องได้ในกิจวัตรประจำวันและความบันเทิง
รายงานของ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าปรากฏการณ์นี้แพร่หลายมากน้อยแค่ไหน แต่พบว่า กิจกรรมออฟไลน์บางอย่างได้รับความนิยมพุ่งสูงอย่างเห็นได้ชัด
Michael’s บริษัทงานศิลปะและงานฝีมือที่มีสาขามากกว่า 1,300 แห่งในอเมริกาเหนือเผยว่า มีการค้นหาคำว่า “งานอดิเรกแบบแอนะล็อก” บนเว็บไซต์ของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 136% ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา และยอดขายชุดงานฝีมือแบบมีคำแนะนำเพิ่มขึ้น 86% ในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 30–40% ในปีนี้
บริษัทเผยว่า การค้นหา “ชุดถักไหมพรม” ซึ่งเป็นหนึ่งในงานอดิเรกสไตล์คุณยายได้รับความนิยมมากที่สุด เพิ่มขึ้นถึง 1,200% ในปี 2025 ทำให้บริษัทมีแผนจะจัดสรรพื้นที่ในร้านให้กับอุปกรณ์ถักไหมพรมมากขึ้น
สเตซีย์ ชิฟลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินค้าของ Michael’s บอกว่า ผู้คนจำนวนมากหันมาใช้วิธีทำงานฝีมือเป็นการพักใจ และหลีกห่างจากการเลื่อนหน้าจอดูข่าวร้ายไม่รู้จบ โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 เธอบอกว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น
ชอเนสซี บาร์เกอร์ วัย 25 ปี เจ้าของร้านวินเทจที่เมืองเพนทิกตัน รัฐบริติชโคลัมเบีย ในสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในคนที่พยายามมี “วิถีชีวิตแบบแอนะล็อก” ในท่ามกลางเอไอที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบแอนะล็อก ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับบาร์เกอร์ เพราะเธอเติบโตมากับการฟังวิทยุและแผ่นเสียงไวนิล และมีคอลเลกชันเทปคาสเซ็ต ดีวีดี และแผ่นเสียงจำนวนมาก
บาร์เกอร์จัดกิจกรรม “ค่ำคืนงานฝีมือ” และกิจกรรม “ค่ำคืนแห่งไวน์” แบบที่ปลอดเทคโนโลยี แต่กระนั้น การตัดขาดจากโลกออนไลน์โดยสิ้นเชิงก็เป็นเรื่องยาก ช่องทางเดียวที่เธอจะโปรโมตร้านของเธอได้ ก็คือ อินเทอร์เน็ต
“เหมือนเป็นความย้อนแย้งที่บอกว่า ‘ฉันอยากเลิกใช้โทรศัพท์’ แต่กลับต้องทำ TikTok เกี่ยวกับเรื่องนี้” บาร์เกอร์กล่าว
ขณะที่ เอวรีเอล เอปส์ นักวิจัยด้านเอไอและผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ บอกว่า ขยะเอไอทำให้เหนื่อยล้าทั้งในแง่ของการรับชม และเพราะมันซ้ำซากและขาดความสร้างสรรค์
“การกลับสู่แอนะล็อก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการตัดตัวเองออกจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต แต่เป็นการตัดอินเทอร์เน็ตออกจากข้อมูลเกี่ยวกับตัวฉันมากกว่า” เอวรีเอลบอก
การกลับสู่แอนะล็อกไม่ได้หมายถึง “การเลิกใช้” เทคโนโลยีทั้งหมด เช่นเดียวกับการที่คนกลุ่มนี้ไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี มีบางคนเลือกหยิบเอาแค่บางส่วนของมาใช้ เช่น แทนที่ Spotify และระบบสุ่มเพลงที่ใช้เอไอด้วย “ไอพอด” หรือเลือกการถ่ายภาพด้วยฟิล์มเพียงภาพเดียวที่สามารถจับต้องได้ แทนที่จะถ่ายรูปท่าเดิมซ้ำๆ เป็นสิบภาพด้วยอุปกรณ์ดิจิทัล
ในกิจกรรมกลุ่มถักไหมพรมประจำสัปดาห์ที่ห้องสมุดแห่งหนึ่งในย่านบรูคลิน ผู้หญิงหลากหลายวัยกำลังแลกเปลี่ยนเทคนิคการถักและไอเดียเรื่องสีโดยไม่ใช้หน้าจออุปกรณืดิจิทัลเลย ทุกคนพูดตรงกันว่า การถักไหมพรมเป็นวิธีผ่อนคลายที่ดี
“การถักไหมพรมทำให้มือเรามีอะไรทำ จะได้ไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา” ทันยา เหงียน สมาชิกประจำของกลุ่มกล่าว
ที่มา
Tired of AI, people are committing to the analog lifestyle in 2026