นักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ พัฒนาผงห้ามเลือดที่สามารถหยุดเลือดจากบาดแผลฉกรรจ์ได้ภายใน 1 วินาที ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับคนจำนวนมากในพื้นที่พิบัติภัยและในสนามรบ
นักวิทยาศาสตร์จาก สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงแห่งเกาหลี หรือ KAIST ได้พัฒนาผงห้ามเลือดชนิดใหม่ที่ออกฤทธิ์รวดเร็วและมีความเสถียรสูง โดยระบุว่า สามารถหยุดเลือดได้ภายในเวลาเพียง 1 วินาที
ปลายเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา KAIST ได้ประกาศว่า ทีมวิจัยร่วมของสถาบันที่นำโดย ศาสตราจารย์สตีฟ พาร์ก จากภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ และ ศาสตราจารย์ซังยง จอน จากภาควิชาชีววิทยา ได้พัฒนาสารห้ามเลือดชนิดผงที่เรียกว่า AGCL เมื่อพ่นลงบนบาดแผลโดยตรงจะสามารถสร้างชั้นไฮโดรเจลที่แข็งแรงได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาราว 1 วินาที ทำให้บาดแผลถูกปิดผนึกแทบจะในทันที
ทีมวิจัยเผยว่า แผ่นแปะห้ามเลือดแบบที่ใช้กันทั่วไปในทางการแพทย์ มักมีปัญหาในการรักษาบาดแผลที่ลึก หรือแผลที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ วัสดุเหล่านี้ยังไวต่อความร้อนและความชื้น ทำให้การจัดเก็บและใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายทำได้ยาก
เพื่อแก้ข้อจำกัดเหล่านี้ ทีมวิจัย KAIST จึงพัฒนาสารห้ามเลือดในรูปแบบผง ซึ่งสามารถใช้กับบาดแผลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแผลที่ลึก คดเคี้ยว หรือไม่เรียบ ทำให้สามารถรองรับการบาดเจ็บได้หลายประเภท ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในทางการแพทย์ฉุกเฉิน
นักวิจัยให้ข้อมูลว่า ผง AGCL ที่พัฒนาขึ้นนี้ มีโครงสร้างที่ผสานวัสดุทางชีวภาพหลายชนิดจากธรรมชาติที่เข้ากันได้ได้แก่ “อัลจิเนต” ซึ่งเป็นสารประเภทพอลิแซกคาไรด์ ซึ่งเป็นโมเลกุลคาร์โบไฮเดรตสายยาว ที่พบอยู่ในผนังเซลล์ของสาหร่ายสีน้ำตาล และ “เจลแลนกัม” ซึ่งเป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรตธรรมชาติจากการหมักของแบคทีเรีย เป็นสารก่อเนื้อเจลที่ให้ความหนืด โดยจะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมเกิดการแข็งตัวเป็นเจลได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ และใช้ “ไคโตซาน” ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีในสัตว์กระดองแข็ง เช่น เปลือกกุ้ง หรือกระดองของปู ในการจับตัวกับแคลเซียมในเลือด โดยผง AGCL จะเปลี่ยนเป็นเจลภายใน 1 วินาทีและสามารถปิดผนึกบาดแผลได้ทันที
นักวิจัยระบุด้วยว่า โครงสร้างภายในของผง AGCL มีคุณสมบัติสามารถดูดซับเลือดได้มากกว่า 7 เท่าของน้ำหนักที่ใช้ ส่งผลให้สามารถปิดกั้นการไหลของเลือดได้อย่างรวดเร็ว แม้ในกรณีที่เลือดออกมากหรือมีแรงดันสูง
ทีมวิจัยเผยว่า เนื่องจากผง AGCL ประกอบไปด้วยวัสดุจากธรรมชาติล้วนๆ จึงมีอัตราการทำลายเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าร้อยละ 3 ขณะที่อัตราการอยู่รอดของเซลล์ผิวหนังและกล้ามเนื้อมีมากกว่าร้อยละ 99 และมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียถึงร้อยละ 99.9 จึงทำให้ปลอดภัยแม้สัมผัสกับเลือดโดยตรง
ในการทดลองผ่าตัดตับของสัตว์ นักวิจัยพบว่า ปริมาณเลือดที่สูญเสียและระยะเวลาการห้ามเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสารห้ามเลือดเชิงพาณิชย์ และการทำงานของตับกลับสู่ระดับปกติภายในสองสัปดาห์หลังผ่าตัด นอกจากนี้ ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ ในการประเมินพิษต่อร่างกายโดยรวม
ที่สำคัญ สารห้ามเลือดชนิดนี้ยังคงประสิทธิภาพได้นานถึง 2 ปี แม้เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องและสภาพที่มีความชื้นสูง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น เขตภัยพิบัติ หรือพื้นที่ที่มีปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงในทางการแพทย์ฉุกเฉิน และในประเทศกำลังพัฒนา หรือพื้นที่ที่ขาดแคลนบริการทางการแพทย์
ที่มา
Scientists Develop Spray-On Powder That Instantly Seals Life-Threatening Wounds