Skip to main content

 

ช่วงที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมสูง ทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันในพื้นที่ปิดมากขึ้น อย่างเช่นที่บ้าน ศูนย์พักพิง หรือสถานที่ทำงาน ในระหว่างนั้น แพทย์จาก โรงพยาบาลวิมุต เตือนให้ระวังเกี่ยวกับสุขภาพจากการเจ็บป่วยด้วย 5 โรคสำคัญ ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ไข้ฉี่หนู โรคท้องร่วง โรคผิวหลังและแผลติดเชื้อ

 

ไข้หวัดใหญ่

 

อาการที่ควรจับตา คือ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ไอ เจ็บคอ น้ำมูก และอ่อนเพลีย หากไข้สูงต่อเนื่อง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึม หรืออาการทรุดลงเร็ว ควรรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคเรื้อรัง ช่วงนี้ควรล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วยหรืออยู่ในพื้นที่แออัด หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และพักผ่อนให้เพียงพอ


ไข้เลือดออก

 

นอกจากน้ำท่วมขังตามถนนหรือที่อยู่อาศัย น้ำที่ค้างอยู่ในจานรองกระถาง ถังน้ำ ภาชนะต่างๆ ที่วางทิ้งไว้ หรือขยะรอบบ้าน ก็สามารถกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้

อาการไข้เลือดออก มักเริ่มจากไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีผื่น แพทย์ระบุว่า จุดที่ต้องระวังคือ ช่วงที่ “ไข้เริ่มลด” เพราะไม่ได้หมายความว่า อาการกำลังดีขึ้นเสมอไป หากเริ่มปวดท้องมาก อาเจียนบ่อย ซึม มือเท้าเย็น หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาล และไม่ควรซื้อยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนกมารับประทานเองเมื่อสงสัยไข้เลือดออก ขณะเดียวกันควรสำรวจรอบบ้าน เทน้ำที่ขังตามภาชนะต่างๆ และปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด เพราะอาจเป็นแหล่งวางไข่ของยุงลายได้

 

โรคเลปโตสไปโรสิส (ไข้ฉี่หนู)

 

สำหรับคนที่ต้องลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือกลับเข้าไปเก็บกวาดบ้านหลังน้ำลด แพทย์ระบุว่า โรคที่ต้องระวังคือ “ไข้ฉี่หนู” หรือโรคเลปโตสไปโรสิส จากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับปัสสาวะของสัตว์หลายชนิด ก่อนกระจายลงสู่ดิน น้ำ และโคลน ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุต่างๆ ได้ แม้เป็นแผลเล็กจนแทบไม่ทันสังเกตก็ตาม

หลังลุยน้ำ หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมหรือโคลนให้ชัดเจน เพื่อช่วยให้วินิจฉัยได้เร็วขึ้น หากจำเป็นต้องลงน้ำ ควรสวมรองเท้าบูตและถุงมือ ปิดบาดแผลให้มิดชิด หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า และเมื่อขึ้นจากน้ำแล้วควรรีบล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที


โรคอุจจาระร่วง–อาหารเป็นพิษ

 

ข้อมูลกรมควบคุมโรค ระบุว่า พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมากที่สุดในช่วงที่เกิดน้ำท่วมขัง เช่นเดียวกับอาหารเป็นพิษ ซึ่งกลุ่มโรคที่พบผู้ป่วยมากในฤดูฝนเช่นกัน

แพทย์เตือนว่า หากมีอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ควรระวังไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ให้จิบน้ำและสารละลายเกลือแร่ ORS เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป แต่หากถ่ายบ่อยมาก ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปน อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลียมาก หรือซึม ควรรีบพบแพทย์

ในช่วงน้ำท่วม แพทย์แนะนำให้เลือกอาหารปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือก่อนกินอาหาร และหากอาหารหรือวัตถุดิบสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง ควรทิ้งมากกว่าเสียดาย เพราะการปนเปื้อนบางอย่างไม่สามารถมองเห็นหรือดมกลิ่นได้


โรคผิวหนัง–แผลติดเชื้อ


หลังลุยน้ำ หากเริ่มรู้สึกคัน แสบ ผิวลอก แดง มีตุ่ม หรือมีแผลบริเวณเท้าและซอกนิ้ว ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว และเปลี่ยนรองเท้าหรือถุงเท้าที่เปียกโดยเร็ว หากแผลเริ่มบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือมีไข้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรไปพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะจากแผลเล็กๆ อาจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาที่รักษายากขึ้นได้

 

↑