Skip to main content

 

นักประสาทวิทยาเผยว่า สัมผัสที่อ่อนนุ่มระหว่าง “มนุษย์” กับ “แมว” การพูดจาอย่างอ่อนโยน การอุ้มหรือโอบกอด ส่งผลให้เพิ่มระดับเคมีในสมองที่ทำให้ “มนุษย์” กับ “แมว” มีสายสัมพันธ์ที่พิเศษออกไป

ลอรา อีลิน พิกกอตต์ อาจารย์อาวุโสด้านประสาทวิทยาศาสตร์และการฟื้นฟูระบบประสาท จากมหาวิทยาลัยลอนดอนเซาท์แบงค์ ในอังกฤษ อธิบายว่า มิตรภาพระหว่าง “คน” กับ “แมว” ที่ผ่านการสัมผัสอย่างอ่อนโยน เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้สมองหลั่งฮอร์โมน “ออกซิโทซิน” หรือที่รู้จักกันว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” ให้เกิดขึ้นทั้งในคนและแมว ซึ่งออกซิโทซิน เป็นสารสื่อประสาทที่มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย

ออกซิโทซิน คือ สารเคมีในระบบประสาท ลอราบอกว่า จะเพิ่มขึ้นในแบบเดียวกับตอนที่แม่กำลังอุ้มลูกในอ้อมแขน หรือในตอนที่เพื่อนๆ กอดกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความไว้วางใจ ความรักใคร่ และยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม และการควบคุมความเครียดในสัตว์หลายชนิด รวมถึงมนุษย์ด้วย

ออกซิโทซิน ยังช่วยลดการทำงานของฮอร์โมน “คอร์ติซอล” หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด และช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก หรือระบบ “พักและย่อยอาหาร” ซึ่งช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายลง

ลอราบอกว่า การทดลองในปี 2005 พบว่า ออกซิโทซินทำให้อาสาสมัครที่เข้าในการทดลอง มีแนวโน้มที่จะไว้วางใจผู้อื่นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ลอราบอกว่า นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่า ปฏิสัมพันธ์ที่เป็นมิตรระหว่างสุนัขกับเจ้าของสามารถกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซินได้ทั้งในคนและสุนัข ซึ่งช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างกัน แต่กลับยังมีข้อมูลไม่มากนักเกี่ยวกับผลของออกซิโทซินในแมว

เธอบอกว่า เมื่อเทียบกับสุนัขแล้ว แมวแสดงออกถึงความรักในรูปแบบที่ละเอียดอ่อนกว่า และเจ้าของแมวจำนวนมากมักบอกเล่าถึงความรู้สึกอบอุ่นจากการมีแมวอยู่เคียงข้าง และรู้สึกผ่อนคลายเช่นเดียวกับเจ้าของสุนัข ขณะที่งานวิจัยก็เริ่มสนับสนุนคำบอกเล่าเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยในญี่ปุ่นเมื่อปี 2021 พบว่า การลูบตัวแมวเป็นเวลาสั้นๆ ช่วยเพิ่มระดับออกซิโทซินให้กับเจ้าของแมว ในการศึกษาดังกล่าว ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมีปฏิสัมพันธ์กับแมวของพวกเธอเป็นเวลา 2-3 นาที ขณะที่นักวิจัยตรวจวัดระดับฮอร์โมนเจ้าของแมว พบว่า การสัมผัสที่เป็นมิตร เช่น การลูบหัวและตัวแมว การพูดกับแมวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สัมพันธ์กับระดับที่เพิ่มขึ้นของออกซิโทซินในน้ำลายของมนุษย์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่มนุษย์พักอยู่อย่างสงบลำพังโดยไม่มีแมวอยู่ด้วย

ส่วนงานวิจัยในปี 2002 พบว่า การสัมผัสแมวอย่างอ่อนโยน นอกจากทำให้ออกซิโทซินเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยลดระดับของคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดลง ซึ่งมีผลต่อความดันโลหิตและความเจ็บปวดที่ลดลง

ขณะที่งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 พบว่า เมื่อเจ้าของลูบ กอด หรืออุ้มแมวอย่างผ่อนคลาย ระดับออกซิโทซินของเจ้าของมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับระดับออกซิโทซินของแมวที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน และยิ่งใช้เวลาอยู่ใกล้กับมนุษย์มากเท่าไร ระดับออกซิโทซินของแมวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

การศึกษาพบด้วยว่า รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมว ส่งผลต่อระดับออกซิโทซินด้วยเช่นกัน หากแมวมีความผูกพันแบบวิตกกังวลหรือค่อนข้างห่างเหินกับเจ้าของ นักวิจัยพบว่า ระดับออกซิโทซินของแมวกลับจะลดลงหลังจากถูกบังคับให้ถูกกอด

“เมื่อเราปฏิสัมพันธ์กับแมวโดยเคารพความสบายใจของมัน ออกซิโทซินก็จะหลั่งออกมา แต่เมื่อแมวรู้สึกว่าตัวเองถูกต้อนจนไม่มีทางหนี ฮอร์โมนแห่งความผูกพันนี้ก็ยากที่จะเกิดขึ้น” ลอราระบุ

เธอบอกว่า กุญแจสำคัญของการสร้างความผูกพันระหว่างแมวกับมนุษย์ คือ การเข้าใจวิธีที่แมวสื่อสาร ซึ่งพวกมันใช้สัญญาณที่ละเอียดอ่อนกว่าสุนัข สัญญาณที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ การกะพริบตาช้าๆ ซึ่งเปรียบเสมือนรอยยิ้มของแมว เป็นสัญญาณที่บอกว่า ฉันปลอดภัยและไว้ใจเธอ

ลอราบอกว่า การมีแมวเป็นเพื่อนจึงอาจเป็นเสมือน “เกราะป้องกัน” ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ในบางกรณี แมวอาจมอบความรู้สึกปลอบประโลมใจได้ไม่ต่างจากการจากมนุษย์ด้วยกัน

เธอบอกว่า ความไว้วางใจจากแมวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มนุษย์ต้องเป็นฝ่ายที่ค่อยๆ ได้รับความไว้วางใจนั้นมา แต่เมื่อแมวมอบความไว้วางใจให้แล้ว ความผูกพันนั้นก็จะได้รับการเสริมแรงด้วยออกซิโทซินในแบบเดียวกับพ่อแม่ คนรัก และเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งออกซิโทซินที่เพิ่มขึ้นในสมองของเจ้าของและแมว ช่วยทำให้ความไว้วางใจและความผูกพันระหว่างกันและกันลึกซึ้งยิ่งขึ้น และช่วยปลอบประโลมจิตใจของเราจากความตึงเครียดในชีวิตแต่ละวันได้


ที่มา
Cats and humans share a powerful bond thanks to this love hormone