Skip to main content

 

เรามักคุ้นเคยกับคำอธิบายถึงปฏิกิริยาตอบโต้กับความเครียด หรือภัยคุกคามว่า มีเพียงทางเลือก 2 ทาง เป็นภาวะที่เรียกว่า “fight-or-flight” คือ “สู้” หรือ “หนี” แต่นักจิตวิทยาพบว่า เรายังมีทางเลือกที่มากกว่านั้นในการรับมือกับการคุกคามหรือความเครียดที่เกิดขึ้นที่เรียกว่า Tend-and-Befriend

แนวคิด Tend-and-Befriend หรือ การหันไปดูแลและพึ่งพาความสัมพันธ์กับผู้อื่นเมื่อเผชิญความเครียด ตั้งขึ้นโดย ดร.แชลลีย์ เทเลอร์ นักจิตวิทยาสังคม และนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ซึ่งให้คำอธิบายอีกรูปแบบหนึ่งของปฏิกิริยาที่มนุษย์ตอบโต้กับความเครียด

ดร.แชลลีย์ระบุว่า ทฤษฎี Tend-and-Befriend พัฒนาขึ้นจากข้อสังเกตที่ว่า มนุษย์จะหันเข้าหาผู้อื่นเมื่อเผชิญกับความเครียด หรือเมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคาม ในการดูแลลูกหลานเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่รอด โดยการหันไปสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเพื่อปกป้องซึ่งกันและกัน และมอบการปลอบประโลมใจให้กันและกัน

ดร. อีไล คราอิม ศาสตราจารย์และนักจิตวิทยาคลินิกจาก สถาบันบัณฑิตศึกษาด้านจิตวิทยาเฟอร์คอฟ อธิบายว่า ทฤษฎี Tend-and-Befriend เสนอว่า มนุษย์ไม่ได้ตอบสนองต่อความเครียดด้วยการ ‘สู้หรือหนี’ เสมอไป แต่อาจรับมือกับความเครียดด้วยการดูแลผู้อื่น ร่วมกับแสวงหาการสนับสนุนทางสังคม

ดร. อีไลบอกว่า แนวคิดที่ว่าเมื่อเผชิญความเครียด เรามีเพียงทางเลือกว่าจะ “สู้หรือหนี” ไปจากสถานการณ์นั้นๆ เป็นการอธิบายปฏิกิริยาต่อความเครียดที่ง่ายเกินไป เพราะในความเป็นจริง หลายคนโดยเฉพาะผู้หญิงเลือกที่จะรับมือกับความเครียด ด้วยการ “ดูแลและสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น” ซึ่งการแสวงหาและมอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่นเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ มีคุณค่าไม่แพ้การพยายามรับมือความเครียดด้วยตัวเอง

ในทางปฏิบัติ แนวคิด Tend-and-Befriend หมายถึง การให้และยอมรับการสนับสนุนจากคนที่เรารักหรือจากชุมชนรอบตัวเมื่อกำลังเผชิญกับความเครียด ดร. อีไลบอกว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราควรรู้สึกละอาย แต่เป็นสิ่งที่ควรเปิดใจยอมรับ เพราะชุมชนเป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาพจิตมาโดยตลอด แม้แต่การมีเพื่อนสนิทหรือสมาชิกในครอบครัวเพียงไม่กี่คนที่พร้อมอยู่เคียงข้างเรา ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก

ดร. อีไลบอกบอกว่า มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการป้องกันเราจากปัญหาสุขภาพจิต ทั้งภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า และความเครียดเรื้อรัง ซึ่งทฤษฎี Tend-and-Befriend ช่วยให้เรามองการขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากผู้อื่นว่า เป็นจุดแข็งและเป็นกลยุทธ์การรับมือกับภัยคุกคามหรือความเครียดที่เหมาะสม แทนที่จะมองว่าเป็นความอ่อนแอ

ดร. อีไลบอกบอกว่า การช่วยเหลือเพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเผชิญกับความเครียด มักช่วยเพิ่มความรู้สึกเชื่อมโยงและความรู้สึกว่าชีวิตของเรามีความหมาย การสร้างช่วงเวลาเล็กๆ ของการเชื่อมโยงกับผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้นผ่านปฏิสัมพันธ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน รับประทานอาหารร่วมกับครอบครัว หรือเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม

ดร. อีไลบอกว่า เป้าหมายไม่ใช่การมีเพื่อนเป็นร้อยคน การมีคนจำนวนหนึ่งที่เราสามารถหันไปพึ่งพาได้เมื่อชีวิตกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากก็เพียงพอแล้ว

“ผมแนะนำให้ลองติดต่อหาคนอื่นก่อนที่ความเครียดจะท่วมท้นจนรับมือไม่ไหว อาจเป็นการส่งข้อความหาสมาชิกในครอบครัว โทรหาเพื่อน หรือกำหนดเวลาพบกับคนที่คุณไว้ใจ แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองทำตามความเคยชินด้วยการแยกตัวออกจากคนอื่น” ดร. อีไล กล่าว


ที่มา
Are You Super Stressed Out? A Psychologist Says You Should Try This.