Skip to main content

 

เมื่อพูดถึงประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ หลายคนอาจคุ้นกับเหตุการณ์ 'May18' ซึ่งเป็นการลุกฮือของนักศึกษาและชาวเมืองกวางจูในปี 1980 เพื่อต่อต้านการประกาศกฏอัยการศึกของรัฐบาลเผด็จการทหารขณะนั้น และเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของเกาหลีใต้ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ ภาพยนตร์ หลายเรื่องในต่างกรรมต่างวาระด้วยกัน

แต่สำหรับชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก วันที่ 10 มิถุนายน คือ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศ และนำไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงเป็นครั้งแรกในยุคสมัยใหม่

ทุกปี เกาหลีใต้จะมีการจัดงานรำลึกการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเดือนมิถุนายน 1987 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลทหารต้องยอมรับข้อเรียกร้องของประชาชน และเปิดทางสู่กระบวนการประชาธิปไตยที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

งานรำลึกในปีนี้ จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยเกาหลี ดำเนินการโดย Korea Democracy Foundation (KDF) องค์กรที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ความทรงจำของขบวนการประชาธิปไตยเกาหลี และสนับสนุนการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยให้กับคนรุ่นใหม่

สิ่งที่น่าสนใจคือ พื้นที่แห่งนี้เองก็มีประวัติศาสตร์การต่อสู้อยู่ในตัว

 

อาคารสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ ปัจจุบันเป็นที่ทำการของ Korea Democracy Foundation 


จากสถานที่คุมขังลับ สู่ 'ศูนย์กลางการเรียนรู้ประชาธิปไตย'

 

ก่อนจะกลายมาเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยเกาหลี อาคารแห่งนี้เคยเป็น สำนักงานสืบสวนต่อต้านคอมมิวนิสต์ สาขานัมยองดง สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในยุคเผด็จการทหารของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1960–1980

ในช่วงทศวรรษ 1970-1980 หน่วยงานความมั่นคงของรัฐถูกกล่าวหาว่า ใช้สถานที่ลักษณะนี้เป็นพื้นที่สอบสวน ซ้อมทรมาน และควบคุมตัวนักศึกษา นักกิจกรรม นักข่าว รวมถึงผู้ที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อรัฐ โดยเฉพาะผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตย หรือที่ถูกกล่าวหาว่ามีแนวคิดฝักใฝ่คอมมิวนิสต์

หลายคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม บางคนถูกกดดันให้รับสารภาพ บางคนหายตัวไปจากพื้นที่สาธารณะเป็นเวลานาน

หลังการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย กลุ่มนักเคลื่อนไหวและภาคประชาสังคมพยายามผลักดันให้พื้นที่ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้รับการอนุรักษ์ ไม่ใช่เพื่อจดจำความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อเตือนสังคมว่า "เสรีภาพที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเอง"

การต่อสู้ดังกล่าวกินเวลาหลายปี ก่อนที่พื้นที่นี้จะได้รับการปรับเปลี่ยนบทบาท และกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Korea Democracy Foundation ในที่สุด


10 มิถุนายน: วันที่ประชาชนเปลี่ยนทิศทางประเทศ

 

เหตุการณ์ June Democratic Struggle เริ่มต้นขึ้นหลังการเสียชีวิตของ พัค จงชอล (Park Jong-chul) นักศึกษามหาวิทยาลัยโซล ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างการสอบปากคำของตำรวจในเดือนมกราคม ปี 1987

แม้ทางการจะพยายามปกปิดข้อเท็จจริง แต่ข้อมูลกลับรั่วไหลสู่สาธารณะและสร้างความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ

ต่อมาในเดือนมิถุนายน เมื่อรัฐบาลทหารประกาศสืบทอดอำนาจโดยไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง ประชาชนจำนวนหลายล้านคนจึงออกมาชุมนุมตามเมืองต่างๆ

 

 พัค จงชอล นักศึกษามหาวิทยาลัยโซล ที่เสียชีวิตระหว่างการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

 

 

 

การประท้วงดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ จนรัฐบาลต้องประกาศ ‘June 29 Declaration’ ยอมรับข้อเรียกร้องสำคัญหลายประการ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง

แม้ประชาธิปไตยเกาหลีใต้จะยังเผชิญความท้าทายอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา แต่เหตุการณ์เดือนมิถุนายน 1987 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองเกาหลีร่วมสมัย


ประชาธิปไตยในฐานะ 'ความทรงจำร่วม'

 

บรรยากาศในงานรำลึกปีนี้ ไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นหรือการเฉลิมฉลอง หากแต่เป็นการทบทวนความทรงจำร่วมของสังคม

ผู้เข้าร่วมงานมีทั้งอดีตนักเคลื่อนไหว นักศึกษา นักวิชาการ และคนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังเหตุการณ์หลายสิบปี หลายคนไม่เคยมีประสบการณ์ภายใต้รัฐบาลเผด็จการ แต่ยังคงเดินทางมาร่วมงานเพื่อเรียนรู้ว่าประชาธิปไตยของประเทศตนเองเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

 

 

 

บรรยากาศการจัดงานรำลึกเหตุการณ์ 10 มิถุนายน 1987 ที่ Korea Democracy Foundation

คิม มินซอก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้มาร่วมงานด้วย

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ เกาหลีใต้ไม่ได้พยายามลบอดีตที่เจ็บปวดออกจากพื้นที่สาธารณะ ตรงกันข้าม พวกเขาเลือกเก็บรักษาสถานที่เหล่านั้นไว้เป็นเครื่องเตือนใจ

อาคารที่เคยถูกใช้ควบคุมผู้เห็นต่างในอดีต กลายเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ เวทีเสวนา และกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน

จากพื้นที่แห่งความหวาดกลัว กลายเป็นพื้นที่แห่งการจดจำ

และบางที นั่นอาจเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดของประชาธิปไตยเกาหลีใต้ ว่าการสร้างอนาคตไม่ได้เกิดจากการลืมอดีต แต่เกิดจากการกล้ายอมรับและเรียนรู้จากมัน