Skip to main content

 

เครือข่ายธนาคารอาหารโลกเผยว่า ในปี 2025 ธนาคารอาหารทั่วโลก สามารถช่วยเหลือผู้ที่กำลังหิวโหยได้มากกว่า 40 ล้านคน ด้วยมื้ออาหารราว 2 พันล้านมื้อ และช่วยไม่ให้อาหารมากกว่า 500 ล้านกิโลกรัมกลายเป็นขยะ ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศได้กว่า 2 ล้านตัน

เครือข่ายธนาคารอาหารโลก หรือ GFN เผยว่า ในปี 2025 ธนาคารอาหารที่เป็นสมาชิกเครือข่าย GFN สามารถช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญภาวะความหิวโหยได้ถึง 40.5 ล้านคน ด้วยการจัดมื้ออาหารได้ราว 2 พันล้านมื้อ โดยมีผู้ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านคนจากปี 2024

เครือข่ายธนาคารอาหารโลก ระบุว่า ในปีที่แล้ว ธนาคารอาหารช่วยปกป้องอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจากภาคการเกษตร ไม่ให้ถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ได้ถึง 228 ล้านกิโลกรัม และยังช่วยป้องกันไม่ให้อาหาร 534 ล้านกิโลกรัมกลายเป็นขยะ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 2 ล้านตัน หรือเทียบเท่ากับการนำรถยนต์ 473,000 คัน ออกจากท้องถนนเป็นเวลาหนึ่งปี

ปัจจุบัน เครือข่ายธนาคารอาหารโลก มีธนาคารอาหารที่เป็นสมาชิกอยู่ใน 47 ประเทศ และได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในท่ามกลางวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นกับระบบอาหารทั่วโลก ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติ รวมถึงราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารอาหารในแต่ละพื้นที่ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คน โดยไม่เพียงแต่จัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น แต่ยังให้การสนับสนุนทางสังคมในด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้

ธนาคารอาหาร ยังทำหน้าที่กอบกู้อาหารที่ยังมีคุณภาพตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งผลิตไปจนถึงการกระจายสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเหล่านั้นถูกนำไปฝังกลบเป็นขยะ ขณะเดียวกันก็ส่งต่ออาหารให้กับผู้ที่กำลังเผชิญภาวะความหิวโหย ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของแต่ละประเทศ

ลิซา มูน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เครือข่ายธนาคารอาหารโลก บอกว่า ในปีที่ผ่านมา มีการปรับลดงบประมาณความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอย่างอย่างรุนแรงและฉับพลัน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษต่อระบบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารอาหารประสบความสำเร็จ คือ การกอบกู้อาหารจากภาคการเกษตร โดยการทำงานร่วมกับเกษตรกรและโรงคัดบรรจุผลผลิต เพื่อนำผลผลิตส่วนเกิน ผลผลิตที่ขายไม่ได้ หรือผลผลิตที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อย แต่ยังมีคุณภาพดี กลับมาใช้ประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นขยะ

ในปี 2025 ธนาคารอาหารสามารถจัดหาอาหารจากภาคการเกษตรได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 55% เมื่อเทียบกับปี 2024 และส่งมอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจำนวน 228 ล้านกิโลกรัมให้แก่ผู้คน ซึ่งคิดเป็นเกือบ ครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมด ที่เครือข่ายธนาคารอาหารแจกจ่าย

หนึ่งในแนวทางสำคัญของธนาคารอาหารขณะนี้ คือ รูปแบบที่เรียกว่า "การรับอาหารโดยตรง” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาหารส่วนเกิน สามารถส่งต่ออาหารให้กับองค์กรชุมชนที่ทำหน้าที่แจกจ่ายอาหารได้โดยตรง โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมโยง ซึ่งในปี 2025 มีธนาคารอาหาร 27 แห่ง ในเครือข่าย GFN ที่ดำเนินโครงการด้วยวิธีนี้แล้ว

รูปแบบดังกล่าวใช้ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกอบกู้อาหารภายในพื้นที่ ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรทางการเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

"แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทาย ธนาคารอาหารก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัว ความสามารถในการปรับตัว และความยืดหยุ่น พร้อมทำหน้าที่เป็นตาข่ายนิรภัยให้กับชุมชนทั่วโลก ด้วยการเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ" ลิซา กล่าว


ที่มา
Global Food Banks Deliver 2 Billion Meals as Hunger Rises Amid Aid Cuts